ไหล่ติด อาการที่ใครก็เป็นได้ และรักษาหายได้ด้วยการปฏิบัติตัวที่ถูกวิธี
- อาการของโรคไหล่ติด มักจะมีอาการปวดไหล่ตอนกลางคืน หรือเอื้อมมือไปด้านหลังไม่ได้ รู้สึกปวดบริเวณไหล่ โดยสามารถแบ่งอาการออกได้เป็น 3 ระยะ คือ
- ระยะอักเสบ จะมีอาการปวดหัวไหล่แม้ไม่ได้ขยับ
- ระยะข้อยึด ในระยะนี้อาการปวดแบบแรกจะลดลง แต่อาการไหล่ติดจะมากขึ้น
- ระยะฟื้นตัว ระยะนี้อาการไหล่ติดจะค่อยๆ ดีขึ้น ขยับได้มากขึ้น แต่อาจใช้เวลา 6 เดือน ถึง 2 ปี
- สาเหตุของโรคไหล่ติดอาจเกิดจากการมีอุบัติเหตุบริเวณหัวไหล่มาก่อน หรือเกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นข้อไหล่ ทำให้มีอาการเจ็บหัวไหล่ตอนใช้งาน
- การรักษาโรคไหล่ติดสามารถทำได้โดยใช้วิธีกายภาพบำบัด ฉีดยาเพื่อลดการอักเสบ ให้ยาแก้ปวดและยาลดการอักเสบ แต่ถ้าอาการค่อนข้างหนักก็จะใช้การผ่าตัด
Table of Contents
Toggleโรคไหล่ติด คืออะไร
โรคไหล่ติด (Frozen Shoulder) หรือภาวะไหล่ติดแข็ง (Adhesive Capsulitis) คืออาการเจ็บปวดบริเวณหัวไหล่ที่เกิดจากองศาในการขยับหัวไหล่ลดลง มักจะเจ็บในท่าทางที่ขยับหัวไหล่สุดไปในมุมหนึ่ง เช่น ไพล่หลังติดตะขอเสื้อใน เอื้อมมือหยิบของบนชั้นสูงๆ เมื่อขยับไหล่ไปเกินพิสัยที่ทำได้จึงมีอาการเจ็บเกิดขึ้น ผู้ป่วยที่ยังมีอาการไม่มากอาจจะมีอาการเจ็บเพียงท่าใดท่าหนึ่ง แต่หากอาการเป็นมากขึ้น องศาการขยับของหัวไหล่ลดลงมาก ก็จะมีอาการเจ็บในหลายท่าทางการขยับได้
อาการของโรคข้อไหล่ติด
ผู้ที่มีภาวะข้อไหล่ติดจะมีอาการแสดงต่างกันไปแล้วแต่ระยะของโรค แต่อาการที่มักจะทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ได้แก่ อาการปวดไหล่ในตอนกลางคืน หรือเอื้อมมือไปด้านหลังไม่ได้ รู้สึกปวดบริเวณหัวไหล่ อย่างไรก็ตามอาการที่มาด้วยปวดบริเวณข้อไหล่นั้นสามารถมีสาเหตุมาจากหลายๆ โรคได้ ดังนั้นจึงควรจะพบแพทย์เพื่อตรวจแยกอาการของโรคอื่นๆ ที่อาจมีอาการแสดงคล้ายคลึงกัน โดยอาการแสดงที่สำคัญของภาวะข้อไหล่ติด นั่นคือจะมีการจำกัดขององศาการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ในหลายๆมุมทั้งขณะที่เราขยับข้อไหล่เองหรือมีคนมาขยับข้อไหล่ให้ก็จะมีการจำกัดของมุมการเคลื่อนไหวทั้งคู่ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยเมื่อขยับแขนแล้วรู้สึกเจ็บ ก็ยิ่งไม่ขยับหัวไหล่ เมื่อไม่ขยับหัวไหล่ก็ยิ่งทำให้ไหล่ติดมากขึ้น แม้ว่าระยะต่อมาความรู้สึกปวดอาจลดลงได้เอง แต่อาการไหล่ติดส่วนใหญ่จะยังไม่หายไปไหน คือยังคงอาจจะไม่สามารถยกแขนทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ ดังนั้นการรักษาที่สำคัญจึงไม่เพียงแค่รักษาอาการปวดเพียงอย่างเดียว จะต้องให้ความสำคัญกับการฟื้นคืนมุมการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ร่วมด้วย
โรคไหล่ติดสามารถแบ่งตามอาการได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้
1. ระยะอักเสบ
จะมีอาการเจ็บปวดบริเวณหัวไหล่แม้ไม่ได้ขยับใช้งาน โดยอาการจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น พิสัยการขยับของหัวไหล่ค่อยๆ ลดลง ระยะนี้เป็นได้นาน 6 สัปดาห์ถึง 9 เดือน
2. ระยะข้อยึด
อาการปวดแบบระยะแรกจะค่อยๆ ลดลง แต่อาการของไหล่ติดจะเป็นมากขึ้น พิสัยการขยับลดลงชัดเจน ระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 4-9 เดือน
3. ระยะฟื้นตัว
อาการของไหล่ติดจะค่อยๆ ดีขึ้น องศาการขยับทำได้มากขึ้น ระยะนี้อาจใช้เวลานาน 6 เดือน ถึง 2 ปี
สาเหตุของโรคไหล่ติดเกิดจากอะไร
สาเหตุของโรคไหล่ติดยังไม่ทราบแน่ชัด อาจเกิดจากการมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบริเวณหัวไหล่มาก่อน หรือเกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นข้อไหล่ ซึ่งทำให้มีอาการเจ็บหัวไหล่เวลาใช้งาน ส่งผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ใช้งานแขนข้างนั้นน้อยลง ประกอบกับการอักเสบทำให้เยื่อหุ้มข้อไหล่หนาตัวขึ้น พิสัยการขยับหัวไหล่ลดลง จึงเกิดอาการติดของหัวไหล่ ขยับไหล่แล้วมีอาการเจ็บ
ปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคไหล่ติด
อายุ: ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
เพศ: ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะไหล่ติดมากกว่าผู้ชาย
การจำกัดการเคลื่อนไหวของไหล่: ผู้ที่ต้องจำกัดการเคลื่อนไหวของไหล่มีความเสี่ยงสูงกว่าในการเกิดภาวะไหล่ติด อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่
- การบาดเจ็บของเอ็นหมุนไหล่ (Rotator Cuff)
- กระดูกแขนหัก
- โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
- การพักฟื้นหลังผ่าตัด
โรคประจำตัว: โรคบางชนิดอาจมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะไหล่ติดได้ ได้แก่
- โรคเบาหวาน
- โรคต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป (Hyperthyroidism)
- ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป (Hypothyroidism)
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
- โรคพาร์กินสัน
การวินิจฉัยโรคไหล่ติดของแพทย์
ป่วยมักมีอาการปวดไหล่ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการเคลื่อนไหวที่ลดลง ระยะแรกอาการปวดอาจไม่รุนแรงมาก แต่มักแย่ลงจนส่งผลต่อกิจวัตรประจำวัน เช่น การแต่งตัว การเอื้อมหยิบของ หรือการนอนหลับ อาจมีข้อไหล่ตึง ปวดตื้อๆ หรือมีอาการปวดแปลบเมื่อเคลื่อนไหวกะทันหัน แพทย์จะทำการตรวจ 2 แบบควบคู่กันคืน
1. การตรวจร่างกาย
- การเคลื่อนไหวของข้อไหล่ (Range of motion) ทั้งแบบ Active (ผู้ป่วยเคลื่อนไหล่เอง) และ Passive (แพทย์เป็นผู้เคลื่อนข้อไหล่ในการตรวจร่างกาย)
- เช่น การทดสอบงอแขน กางแขน หมุนแขนออกด้านนอก และหมุนแขนเข้าด้านใน
- ตรวจเช็คอาการกดเจ็บรอบข้อไหล่
- ในกรณีรุนแรงแพทย์อาจสังเกตเห็นการสูญเสียการแกว่งแขนขณะเดิน และอาจมีสัญญาณของกล้ามเนื้อลีบ
2.การตรวจทางรังสีวิทยา
- X-ray: เพื่อตรวจความผิดปกติของกระดูกบริเวณหัวไหล่
- MRI เพื่อตรวจเอ็นหัวไหล่ หรือการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อไหล่
โรคไหล่ติดมีขั้นตอนการรักษาอย่างไรบ้าง
โรคนี้สามารถหายเองได้ แต่ต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตามหากไม่รีบรักษา จะทำให้กล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ลีบลงได้ ดังนั้นหากเป็นข้อไหล่ติดระยะแรกที่ข้อไหล่ยังติดไม่มากนัก จึงควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรค และรักษาอาการปวดให้หายก่อน จากนั้นออกกำลังกายด้วยการเหยียดยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำ อาการไหล่ติดจะค่อยๆ หายไปเอง ในกรณีที่ข้อไหล่ติดมีอาการเอ็นอักเสบร่วมด้วย ในปัจจุบันมีวิธีรักษาหลายวิธี เช่น การทำ Shock Wave การทำกายภาพบำบัด เป็นต้น
1. กายภาพบำบัด
โดยการดัดหัวไหล่ที่ติดเพื่อเพิ่มพิสัยการขยับให้มากขึ้น เนื่องจากอาการไหล่ติดเกิดจากเยื่อบุข้อไหล่หนาตัวและแข็ง การรักษาจึงต้องค่อยๆ ยืดเพื่อให้เยื่อบุนิ่มลงและยืดหยุ่นขึ้น แนะนำให้ทำกายภาพวันละ 8-10 ครั้ง จะทำให้สามารถขยับหัวไหล่ได้มากขึ้น อาการเจ็บจากไหล่ติดก็จะลดลง
2. ฉีดยาเพื่อลดการอักเสบ
เป็นการฉีดยาในกลุ่มยาลดอักเสบหรือกลุ่มสเตียรอยด์เข้าไปในข้อไหล่ เพื่อลดอาการอักเสบของเยื่อบุข้อไหล่ ทำให้การอักเสบลดลง ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้การกายภาพบำบัดดัดหัวไหล่ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. ให้ยาแก้ปวดและยาลดการอักเสบ
สำหรับผู้ป่วยที่รู้สึกเจ็บบริเวณหัวไหล่ แพทย์จะให้ยาแก้ปวดและลดการอักเสบไปรับประทานเพื่อบรรเทา ซึ่งโดยส่วนใหญ่ขั้นตอนข้อที่ 1, 2 และ 3 จะทำไปพร้อมกันในการตรวจดูอาการตั้งแต่ครั้งแรก หลังจากนั้นแพทย์จะนัดเพื่อติดตามอาการเป็นระยะ
4. การผ่าตัด
การผ่าตัดไหล่ติดจะเป็นวิธีสุดท้ายที่แพทย์จะเลือกใช้ในการรักษา ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยที่มีอาการไหล่ติดอย่างมาก รักษาด้วยวิธีก่อนหน้าแล้วยังไม่ได้ผล จึงจะแนะนำให้การรักษาด้วยการผ่าตัดแบบส่องกล้องเพื่อเลาะตัดเยื่อบุข้อที่หนาและแข็งตัวออก ทำให้ข้อไหล่ขยับได้มากขึ้น และทำการดัดข้อไหล่ได้ง่ายขึ้น
การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคไหล่ติด
เพราะโรคไหล่ติดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งวิธีป้องกันไม่ให้เป็นโรคไหล่ติดนั้น ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ง่ายๆ ดังนี้
- ใช้งานหัวไหล่ให้เหมาะสมหลีกเลี่ยงการเหวี่ยงแกว่ง สะบัดหัวไหล่ ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ และอาจนำมาสู่โรคไหล่ติดได้
- ทำการบริหารข้อไหล่ตามท่าที่แนะนำ
ท่าการออกกำลังกายเพื่อบริหารข้อไหล่ติด
ท่าหมุนข้อไหล่ ยืนก้มตัวลงเล็กน้อยโดยใช้มืออีกข้างยันโต๊ะไว้เพื่อพยุงตัว ปล่อยแขนข้างที่เจ็บลงมา แล้วค่อยๆ แกว่งแขนเป็นวงกลมเล็กๆ ในทิศทางเดียวกัน ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
ท่าผ้าถูหลัง ใช้ผ้าขนหนูขนาดประมาณ 90 ซม. พาดไปด้านหลัง ใช้มือจับปลายทั้งสองข้างไว้
โดยแขนข้างที่ไม่เจ็บอยู่ด้านบน ส่วนข้างที่เจ็บอยู่ด้านล่าง จากนั้นใช้มือที่อยู่ด้านบนดึงขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่ไหว แล้วค้างไว้ประมาณ 10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
ท่านิ้วไต่กำแพงด้านหน้า หันหน้าเข้าหากำแพงในระยะ 3 ใน 4 ของความยาวแขน งอข้อศอกเล็กน้อย แล้วใช้นิ้วไต่กำแพงขึ้นไปเรื่อยๆ ให้สูงเท่าที่ทนปวดไหว โดยไม่มีการเขย่งหรือเอี้ยวตัว ทำซ้ำ 10 ครั้ง
ท่ายืดหัวไหล่ มือสองข้างผสานกันที่ด้านหลัง แขนเหยียดตรง ค่อยๆ ยกแขนขึ้น ให้รู้สึกตึงหัวไหล่ ไม่เจ็บมากเกินไป ค้างไว้ 10 – 15 วินาที ค่อยๆลดแขนลงกลับมาอยู่ในท่าเตรียม ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง เช้า-เย็น
ท่าหมุนแขนออก ยืนใช้ไม้ช่วยโดยถือไม้ด้วยมือ 2 ข้าง แขนแนบลำตัวข้อศอกตั้งฉาก ท่าเริ่มต้นให้ใช้แขนข้างที่มีอาการดันไม้ให้แขนด้านปกติหมุนออก หลังจากนั้นเริ่มออกกำลังโดยใช้มือของแขนข้างที่มีอาการใช้แขนข้างที่มีอาการให้หมุนออกโดยที่ข้อศอกยังอยู่ชิดลำตัวตลอดเวลา ดันออกให้ได้มากที่สุดจนรู้สึกตึง ค้างไว้ 10-15 วินาทีแล้วปล่อยกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง วันละ 2 รอบ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ใครที่คิดว่าตัวเองเริ่มมีอาการหรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไหล่ติด สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น สังเกตอาการตัวเองว่ามีสิ่งผิดปกติบ้างหรือไม่ หรือหากไม่แน่ใจก็สามารถเข้ามาพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายของเราอยู่ในภาวะที่สมบูรณ์พร้อม ไร้อาการบาดเจ็บกวนใจ โดยเฉพาะการหมั่นบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างมาก เพื่อที่โรคไหล่ติดจะได้ไม่ถามหาอีกต่อไป
รักษาโรคข้อไหล่ติดที่ kdms Hospital ดีอย่างไร
การรักษาโรคข้อไหล่ติดที่ kdms Hospital ผู้ป่วยจะได้พบกับแพทย์ชำนาญการด้านกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ได้รับการรักษาอย่างตรงจุดพร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย และหลังเข้ารับการรักษาแล้ว มีการติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิดจนกว่าผู้ป่วยจะกลับไปใช้ชีวิตได้ดีดังเดิม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคไหล่ติด FAQ
มีอาการไหล่ติด ไปนวดกดจุดหรือฝังเข็มแล้วจะหายไหม
จริงๆ แล้วโรคไหล่ติดสามารถรักษาได้ด้วยการดัดข้อไหล่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการทำให้เยื่อบุนิ่มลงและยืดหยุ่นขึ้น แต่การนวดกดจุดหรือการฝังเข็มนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นไปเพื่อการผ่อนคลายกล้ามเนื้อภายนอก ซึ่งช่วยให้อาการปวดทุเลาลงเพียงบางส่วน แต่ยังไม่ใช่วิธีรักษาที่ตรงกับโรค เว้นแต่ว่าหมอนวดหรือนักกายภาพบำบัดจะทำการดัดข้อไหล่ให้ร่วมด้วย ซึ่งจะช่วยให้อาการไหล่ติดดีขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้คนไข้โรคไหล่ติดหมั่นบริหารข้อไหล่อย่างสม่ำเสมอด้วยตัวเองจะดีที่สุด เพราะสามารถทำได้ทุกวัน วันละหลายๆ รอบ แต่การไปใช้บริการนวดกดจุดหรือฝังเข็มอาจทำได้อย่างมาก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น ซึ่งหากไม่ได้ทำอย่างสม่ำเสมอ สุดท้ายอาการไหล่ติดจะกลับมาอยู่ดี
หากปล่อยให้หายเองโดยไม่ได้รักษาอย่างจริงจัง จะมีโอกาสไหล่ติดเรื้อรังหรือไม่
โดยปกติแล้วโรคไหล่ติดจะมีอยู่ 3 ระยะคือ อักเสบ ข้อยึด และฟื้นตัว ซึ่งตามทฤษฎีแล้วในแต่ละระยะจะใช้เวลาประมาณ 6-9 เดือน นั่นหมายความว่าหากปล่อยให้หายเองจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 ปี
วิธีการรักษาของแพทย์คือจะให้คนไข้กลับไปดัดข้อไหล่อย่างสม่ำเสมอเพื่อทำให้เข้าสู่ระยะที่ 3 (ระยะฟื้นตัว) เร็วขึ้น เช่น หากคนไข้มาพบแพทย์ในระยะที่ 2 และมีวินัยในการหมั่นบริหารข้อไหล่อย่างต่อเนื่องก็จะเข้าสู่ระยะที่ 3 ได้เร็วขึ้น จนทำให้ไหล่กลับมาขยับและฟื้นตัวได้ไวขึ้น
หากมีอาการไหล่ติดมากจนจำเป็นต้องผ่าตัด ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน และมีผลข้างเคียงหรือไม่
สำหรับการผ่าตัดผู้ป่วยโรคไหล่ติดนั้นจะใช้วิธีการส่องกล้องเพื่อเลาะตัดเยื่อบุข้อที่หนาและแข็งตัวออก ทำให้ข้อไหล่ขยับได้มากขึ้น และทำการดัดข้อไหล่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็ก คนไข้ใช้เวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1-2 วันก็สามารถกลับบ้านได้ตามปกติ
แต่สิ่งที่แพทย์จะกำชับให้ปฏิบัติคือการดัดข้อไหล่ทันทีหลังผ่าตัด ซึ่งในช่วงแรกคนไข้อาจจะยังมีความรู้สึกปวดแผลอยู่บ้าง แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหลังจากผ่าตัดเลาะพังผืดออกแล้วหัวไหล่จะขยับได้ง่ายขึ้น จึงต้องรีบใช้ช่วงเวลานี้ในการบริหารข้อไหล่เพื่อไม่ให้อาการไหล่ติดเกิดขึ้นซ้ำอีก
การนวด ช่วยแก้อาการไหล่ติดได้หรือไม่
การนวดที่ให้บริการในสปาและร้านนวดทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นการนวดเพื่อการผ่อนคลาย ซึ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต กระตุ้นการทำงานของน้ำเหลือง กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น ช่วยลดความเครียด นอนหลับได้ดีขึ้น ส่วนข้อไหล่ติดนั้น สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเนื้อเยื่อที่อยู่รอบ ๆ ข้อไหล่ หรือ เยื่อหุ้มข้อไหล่ (Capsule) อักเสบ ทำให้เยื่อหุ้มข้อไหล่ที่เคยยืดหยุ่นหนาตัวขึ้นจนเป็นพังผืด ส่งผลให้ไม่สามารถขยับหรือเคลื่อนไหวหัวไหล่ได้ตามปกติ และมีอาการปวด ดังนั้นการนวดเพื่อการผ่อนคลายจึงไม่สามารถช่วยให้อาการข้อไหล่ติดดีขึ้นได้ เพราะไม่ได้รักษาอาการอันต้นเหตุของโรคนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นข้อไหล่ติด สามารถไปนวดได้ ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
บทความโดย : นพ.พงษ์เทพ ณ นคร ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การกีฬาและข้อไหล่
วิดีโอที่เกี่ยวข้อง
ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์