บทความ /

ไขข้อสงสัย ปวดหลังเกิดจากอะไร พร้อมสัญญาณอันตรายที่ควรต้องรู้

ในชีวิตคนเราต้องเคยปวดหลังสักครั้งหนึ่งเป็นเรื่องปกติ ยิ่งหากลองสังเกตในคนรอบๆ ตัว เชื่อได้ว่าต้องเคยได้ยินคนบ่นว่าปวดหลังแน่นอน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ 

ปวดหลัง นับว่าเป็นอาการที่พบได้บ่อยคนในยุคนี้ กล่าวคือไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้นที่จะประสบปัญหานี้ แต่ในคนวัยหนุ่มสาวก็สามารถพบได้มากเช่นกัน เนื่องมาจากไลฟ์สไตล์การทำงานและชีวิตประจำวันที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอเกือบตลอดเวลา หรืออาจมาจากความเสื่อมเพราะการใช้งานหนักมาเป็นระยะเวลานานก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกัน

รู้หรือไม่..อาการปวดหลังเกิดได้จากหลายสาเหตุ


เมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดหลัง แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแยกโรคที่เป็นสาเหตุของอาการได้ โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้

  • ความเสื่อม (Degenerative) ส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นเพราะหมอนรองกระดูกสันหลังที่เสื่อมไปตามวัยจนเกิดการทรุด และเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดหลังหรือกดทับเส้นประสาทได้
  • ใช้งานมากเกินไป (Overuse) พบได้บ่อยในกลุ่มของผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรมที่มักจะใช้งานในท่าทางที่ซ้ำๆ นานๆ และไม่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งกลุ่มของผู้ที่ใช้งานหนักในบางกิจกรรม เช่น ต้องยกของหนักเป็นประจำ
  • ภาวะติดเชื้อ (Infection) เป็นอาการปวดของกระดูกสันหลังเนื่องจากการติดเชื้อ โดยผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดหลังพร้อมกับมีไข้ร่วมด้วย
  • อุบัติเหตุ (Traumatic) อาจมีอาการปวดหลังเนื่องมาจากอุบัติเหตุรุนแรง เช่น อุบัติเหตุจราจร หรือตกจากที่สูง ซึ่งปัญหาที่พบคือกระดูกหัก กระดูกเคลื่อน หรือเส้นประสาทได้รับบาดเจ็บ แต่หากเป็นอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง เช่น ล้มกระแทก หรือบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ซึ่งเป็นการบาดเจ็บเฉพาะจุด กรณีนี้อาการปวดจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอุบัติเหตุนั้นๆ
  • เนื้องอกที่กระดูกสันหลัง (Tumor) เป็นกลุ่มอาการในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เนื้องอกกระจายมาที่กระดูกสันหลัง โดยจะรู้สึกปวดหลังเมื่อโครงสร้างกระดูกเริ่มสูญเสียความแข็งแรงจากการลุกลามของโรค ส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุ

เช็กอาการปวดหลังเบื้องต้น ปวดแบบไหนคือสัญญาณอันตราย

บางครั้งอาการปวดหลังก็ไม่ใช่เรื่องปกติเสมอไป ซึ่งผู้ป่วยควรหมั่นสังเกตตัวเองว่ามีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติบางอย่าง (Red Flag Sign) ซึ่งควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจอย่างละเอียด ได้แก่

  • ปวดหลังร่วมกับมีไข้ อาจสัมพันธ์กับภาวะติดเชื้อ เนื้องอกที่กระดูก หรือการกดทับเส้นประสาท
  • รู้สึกเบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็ง
  • มีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย อาจเกี่ยวข้องกับการกดทับของเส้นประสาท
  • การขับถ่ายที่ผิดปกติ เช่น ปัสสาวะไม่ออก กลั้นอุจจาระไม่ได้ สันนิษฐานได้ว่าเกิดจากการกดทับเส้นประสาทที่ทำให้การขับถ่ายผิดปกติ
  • ปวดหลังเรื้อรังมากกว่า 3 เดือนขึ้นไป ถือว่าเป็นระยะเวลาของการปวดที่นานกว่าปกติ และควรรับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

แนวทางการรักษาอาการปวดหลังมีอะไรบ้าง

หลังจากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยเบื้องต้นจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย เอกซเรย์ หรือ MRI เมื่อรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงแล้ว แนวทางการรักษาของแพทย์ในขั้นตอนต่อมาจะเป็นไปใน 3 รูปแบบ ดังนี้

  • รักษาด้วยการใช้ยา (Medication) จะเป็นการจ่ายยาตามโรคของผู้ป่วย เช่น ยาแก้ปวด, ยาลดการอักเสบ, ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาลดความปวดของระบบประสาท เป็นต้น
  • รักษาโดยไม่ใช้ยา (Non-medication) 
    • กายภาพบำบัด เช่น การนวด อัลตราซาวด์ การใช้เลเซอร์ รวมไปถึงการทำช็อกเวฟเพื่อคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวด นอกจากนี้ยังมีท่ากายบริหารยืดเหยียดและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ
    • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วย แพทย์จะวิเคราะห์จากการซักประวัติว่าผู้ป่วยมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องอย่างไรบ้าง และควรแก้ไขอย่างไร
  • รักษาด้วยการผ่าตัด (Operative treatment) จะเกิดขึ้นในกรณีของผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาใน 2 รูปแบบข้างต้นมาแล้ว แต่ยังไม่หาย และเป็นโรคปวดหลังที่สามารถแก้ไขด้วยวิธีการผ่าตัดได้ เช่น โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท หรือกระดูกสันหลังเสื่อมกดทับเส้นประสาท เป็นต้น
Physical therapists are examining the patient’s body.

หากไม่อยากปวดหลัง ต้องเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่นๆ

  • ใช้งานหลังอย่างเหมาะสม ไม่ยกของหนักโดยไม่จำเป็น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ผิดสุขลักษณะ เช่น การนั่งนานเกินไป หรือนั่งในท่าทางที่เป็นอันตรายต่อกระดูกสันหลัง
  • หมั่นเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง ด้วยการบริหารร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อท้องและกล้ามเนื้อหลังที่เป็น Core Muscle เพื่อเพิ่มความแข็งแรงยืดหยุ่น
  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับปกติ หากมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป จะทำให้กระดูกสันหลังทำงานหนักขึ้น เพราะต้องรับน้ำหนักมากตามไปด้วย


อาจกล่าวได้อาการปวดหลังนั้น ที่พบบ่อยสุดคือเกิดจากความเสื่อมไปตามวัย รองลงมาคือเกิดจากพฤติกรรมการใช้งานที่ไม่เหมาะสม เมื่อไม่อยากประสบปัญหาปวดหลังก่อนวัยอันควร ต้องเริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่โครงสร้างหลักของร่างกายอย่างกระดูกสันหลังของเราจะค่อยๆ เสื่อมลงโดยไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้อีกต่อไป…

ศุกร์, 12 มี.ค. 2021
บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ
ปวดคอ บ่า ไหล่ กายภาพบำบัด และรักษาออฟฟิศซินโดรมอย่างไรเพื่อไม่ให้เรื้อรัง
อยากออกกำลังกายช่วง COVID-19 ทำอย่างไร เมื่อวัคซีนยังมาไม่ครบ แต่โควิดมาเกือบครบทุกสายพันธุ์
เท้าแบนคืออะไร หากเป็นแล้วควรหยุดเล่นกีฬาหรือไม่
เซิร์ฟสเก็ตให้สนุกและปลอดภัยได้ด้วยการบริหารกล้ามเนื้อก่อนลงสนาม