กระดูกส้นเท้างอกรักษาอย่างไร เป็นแล้วรักษาหายขาดไหม

กระดูกส้นเท้างอก
Highlight
  • สำหรับผู้ที่มีภาวะกระดูกส้นเท้างอก มักจะเจ็บบริเวณฝ่าเท้าหรือปวดลึก และในบางรายอาจรู้สึกเหมือนมีหนามแหลมทิ่มบริเวณส้นเท้า
  • ความต่างของรองช้ำและกระดูกเท้างอก คือ รองช้ำเป็นการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้า ส่วนกระดูกส้นเท้างอกคือกระดูกที่งอกจากการอักเสบเรื้อรัง 
  • ทั้งสองภาวะสามารถเกิดร่วมกันและทำให้ปวดเรื้อรังมากขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างตรงจุด ซึ่งที่ kdms Hospital มีศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเท้าและข้อเท้า ที่จะดูแลผู้รับบริการตั้งแต่ต้นจนกระทั่งผู้รับบริการกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างที่เคยเป็น

ผู้ที่มีอาการเจ็บฝ่าเท้า และบริเวณด้านหลังส้นเท้าซึ่งเป็นบริเวณที่สามารถพบการงอกของกระดูกส้นเท้าได้บ่อยที่สุด แต่ทั้งนี้หลายคนก็อาจสับสนระหว่างรองช้ำ และกระดูกส้นเท้างอก (Heel Spur) และเพื่อป้องกันความสับสน บทความนี้จะกล่างถึงความแตกต่างของกระดูกส้นเท้างอกและรองช้ำ รวมถึงไขข้องข้องใจสำหรับผู้ที่เป็นกระดูกส้นเท้างอก ว่ารักษาอย่างไร เป็นแล้วหายขาดหรือไม่

Table of Contents

ความต่างของรองช้ำและกระดูกส้นเท้างอก

สำหรับความต่างของรองช้ำ และกระดูกส้นเท้างอก มีดังต่อไปนี้

ประเด็นเปรียบเทียบ
โรครองช้ำ (Plantar Fasciitis)
กระดูกส้นเท้างอก (Heel Spur)
เกิดจากอะไร
การอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้า (เส้นเอ็นที่ขึงจากส้นเท้าไปนิ้วเท้า)
หินปูนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเกาะจนกลายเป็นกระดูกยื่นแหลมออกมาบริเวณส้นเท้า
สาเหตุ
การใช้งานหนัก เอ็นตึงตัว หรือรับแรงกระแทกซ้ำๆ น้ำหนักตัวมาก การใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม จนเกิดการฉีกขาดเล็กๆ
เกิดจากการที่เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ เรื้อรังนานๆ ร่างกายจึงสร้างกระดูกมาช่วยพยุง
อาการปวด
ปวดจี๊ดเหมือนไฟช็อตในก้าวแรกหลังตื่นนอน เดินแล้วเจ็บ
ปวดลึกๆ ตื้อๆ เหมือนมีหนามทิ่มตำกลางส้นเท้า แต่ในบางรายอาจไม่มีอาการปวดเลย
สิ่งที่เห็นใน X-ray
มองไม่เห็นความผิดปกติของกระดูก (เห็นแค่เนื้อเยื่อบวมถ้าทำ MRI)
เห็นเงากระดูกยื่นแหลมออกมาจากกระดูกส้นเท้าอย่างชัดเจน

กลุ่มเสี่ยงที่จะมีภาวะกระดูกส้นเท้างอก

สำหรับผู้ที่เสี่ยงสำหรับภาวะกระดูกส้นเท้างอก มีดังต่อไปนี้

1. ผู้ที่ต้องยืนหรือเดินนานเป็นประจำ 

อาชีพที่ต้องยืนทั้งวันอย่าง ครู พยาบาล พนักงานขาย หรือช่างทำผม มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะน้ำหนักตัวกดทับลงที่ส้นเท้าตลอดเวลาโดยไม่ได้พัก อีกทั้งยังยืนนานหลายชั่วโมงอีกด้วย

2. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์

ยิ่งน้ำหนักตัวเยอะ ก็มีความเสี่ยงที่แรงกดที่ส้นเท้าเพิ่มขึ้นตลอดเวลา เอ็นฝ่าเท้าต้องรับภาระหนักทุกครั้งที่ก้าวเดิน 

3. ผู้ที่ออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง

ส่วนมากผู้ที่ออกกำลังกายที่มีแรงกระแทก เช่น นักวิ่ง สายเต้นแอโรบิก หรือกีฬาที่มีการกระโดดบ่อยๆ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดแรงกระแทกซ้ำ ทำให้เอ็นฝ่าเท้าฉีกขาดได้

4. ผู้ที่ใส่รองเท้าไม่เหมาะสม

สำหรับผู้ที่สวมรองเท้าพื้นบาง ไม่มีซัพพอร์ตอุ้งเท้า หรือรองเท้าส้นสูงเป็นประจำ ก็มักจะมีความเสี่ยงสูง

5. ผู้ที่มีเท้าแบนหรืออุ้งเท้าสูงผิดปกติ

คนที่มีรูปเท้าผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นเท้าแบน (Flat Feet) หรืออุ้งเท้าสูง (High Arch) เกินไป ล้วนทำให้การ กระจายน้ำหนักผิดเพี้ยน จนจุดเกาะเอ็นฝ่าเท้าทำงานหนักกว่าคนทั่วไป

หากสังเกตตัวเองว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ ควรสังเกตอาการปวดส้นเท้าโดยเฉพาะช่วงตื่นนอนหรือหลังนั่งพักนาน ๆ เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ รองช้ำร่วมกับกระดูกส้นเท้างอก ซึ่งหากได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการเรื้อรังได้

การดูแลกระดูกส้นเท้างอกที่บ้าน

การดูแลภาวะกระดูกส้นเท้างอกที่บ้านเป็นการลดการอักเสบของพังผืดฝ่าเท้า ลดแรงกดที่ส้นเท้าในเบื้องต้น ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

1. ปรับเปลี่ยนรองเท้าให้เหมาะสม

  • สิ่งที่ต้องทำ เลือกรองเท้าที่มีส้นหนาและนุ่มพอประมาณ (Heel Cushion) เพื่อลดแรงกระแทกที่กระดูกงอกโดยตรง และต้องมีส่วนนูนรับอุ้งเท้า (Arch Support) เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักไม่ให้กดลงที่จุดเดิมซ้ำๆ
  • ข้อห้ามเด็ดขาด ห้ามใส่รองเท้าแตะคีบพื้นบางๆ หรือเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็งในบ้านเด็ดขาด เพราะจะทำให้เอ็นฝ่าเท้ายืดตึงและอักเสบหนักกว่าเดิม

2. ประคบเย็นทันทีเมื่อปวด

เมื่อไหร่ที่รู้สึกปวดแปลบ แสดงว่าเกิดการอักเสบเฉียบพลัน (Acute Inflammation) ความเย็นจะช่วยลดบวมและระงับความปวดได้ดีที่สุด
  • วิธีทำ ใช้น้ำแข็งห่อผ้าประคบบริเวณส้นเท้าที่มีอาการปวด นำมาวางบนพื้นแล้วใช้ฝ่าเท้าคลึงไปมา 15-20 นาที วิธีนี้ได้ประโยชน์ 2 ต่อ คือความเย็นช่วยลดปวด และขวดน้ำช่วยนวดคลายพังผืดไปในตัว

3. ท่าบริหารยืดเส้นบนเตียง 

เคล็ดลับที่จะทำให้คุณไม่ปวดก้าวแรกตอนตื่นนอน คือการยืดเส้นก่อนลุกจากเตียง ซึ่งท่าบริหารยืดเส้น ได้แก่
  • ท่ายืดเอ็นฝ่าเท้า (Plantar Fascia Stretch) นั่งเหยียดขาข้างที่ปวด ใช้มือจับนิ้วเท้า เน้นนิ้วโป้งแล้วดึงเข้าหาตัวจนรู้สึกตึงที่ฝ่าเท้า จากนั้นใช้นิ้วมือกิดนวดบริเวณลำพังผืดฝ่าเท้า ค้างไว้ จุดละสามถึง 5 ต่อเนื่องกันทั้งฝ่าเท้าเซตละ 1 นาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง
  • ท่ายืดน่องด้วยผ้าขนหนู (Towel Stretch) นั่งเหยียดขา ใช้ผ้าขนหนูคล้องที่ปลายเท้าแล้วดึงเข้าหาตัว จนรู้สึกตึงที่น่อง 
ทั้งนี้หากดูแลตัวเองจากภาวะรองช้ำร่วมกับกระดูกเท้างอกที่บ้านแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์ อีกทั้งยังปวดมากขึ้น เดินลำบาก หรือเป็นเรื้อรังนานหลายเดือน ควรพบแพทย์เพื่อประเมินแนวทางการรักษาได้ทันท่วงที

การรักษากระดูกส้นเท้างอกทางการแพทย์

การรักษากระดูกส้นเท้างอก (Heel Spur) ทางการแพทย์จะพิจารณาจากระดับความรุนแรงของอาการรวมถึงระยะเวลาที่เป็น และการส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งแนวทางรักษาที่ใช้บ่อยมีดังนี้

การวินิจฉัยภาวะกระดูกส้นเท้างอก 

  • แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย สังเกตบริเวณเท้าและการลงน้ำหนัก
  • เอกซเรย์ (X-ray) เพื่อยืนยันลักษณะกระดูกงอกบริเวณส้นเท้า
  • อัลตราซาวด์ หรืออาจต้องทำการ MRI ในบางรายเพื่อประเมินเนื้อเยื่อรอบส้นเท้าหากสงสัยว่ามีโรคอื่นร่วมด้วย

การรักษากระดูกส้นเท้างอกแบบไม่ผ่าตัด

สำหรับการรักษากระดูกส้นเท้างอกแบบไม่ผ่าตัด มีหลากหลายวิธีได้แก่ 

ยาลดปวดและยาต้านการอักเสบ 

ใช้ตามดุลยพินิจแพทย์ เพื่อลดอาการปวด และการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบส้นเท้า

กายภาพบำบัด 

อัลตราซาวด์หรือเลเซอร์ทางกายภาพ ร่วมกับโปรแกรมยืดกล้ามเนื้อน่องและฝ่าเท้า เพื่อลดแรงตึงและลดการระคายเคือง

การใช้แผ่นรองส้นเท้า หรือแผ่นรองอุ้งเท้า (Orthotics) 

ช่วยกระจายแรงกด ลดแรงกระแทก และเพิ่มความมั่นคงในการเดิน

การฉีดยาเฉพาะจุด 

ในบางกรณีที่อาการปวดรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาเพื่อลดอักเสบบริเวณที่มีอาการ โดยมักทำภายใต้การประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล และหลีกเลี่ยงการฉีดบ่อยเกินไปเพื่อลดความเสี่ยงต่อเนื้อเยื่อบริเวณฝ่าเท้า

รักษารองช้ำร่วมกับกระดูกเท้างอกอย่างไรให้หายดี

การรักษารองช้ำร่วมกับกระดูกเท้างอก แพทย์จะแบ่งการรักษาออกเป็น 2 วิธีหลักๆ ดังนี้

1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

สำหรับการรักษาแบบไม่ผ่าตัด มีวิธีการรักษาได้แก่ 

  • การฉีดยา 

ฉีดสเตียรอยด์ (Steroid) เพื่อลดการอักเสบแบบรวดเร็ว (หมอไม่แนะนำให้ฉีดบ่อยเกิน 2-3 ครั้ง เพราะเสี่ยงเอ็นฝ่าเท้าเปื่อยหรือขาดได้)

  • การทำกายภาพบำบัด

    • อัลตราซาวด์ (Ultrasound)

      ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปลดการอักเสบและคลายตัวของพังผืด

    • เลเซอร์ (Laser)

      ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ลดปวดได้เฉียบพลัน

    • การรักษาด้วยคลื่นกระแทก (Shockwave)

      เป็นการยิงคลื่นกระแทกเข้าไปที่บริเวณพังผืดอักเสบและจุดที่มีกระดูกงอก แรงกระแทกนี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการบาดเจ็บเล็กๆ เพื่อหลอกให้ร่างกายเร่งกระบวนการซ่อมแซมตัวเองสร้างเส้นเลือดใหม่มาเลี้ยง และช่วยสลายหินปูนที่เกาะอยู่ให้แตกตัวลง

2. การรักษาแบบผ่าตัดส่องกล้อง

หากรักษาด้วยการผ่าตัดวิธีดั้งเดิมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะทำการผ่าตัดส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery) โดยวิธีนี้แพทย์จะเจาะรูเล็กๆ เพื่อส่องกล้องเข้าไปตัดพังผืดส่วนที่ตึงรั้งออก และอาจกรอเอากระดูกงอกออกไปด้วย ซึ่งการผ่าตัดส่องกล้องจะช่วยให้ผู้ป่วยแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไวกว่าผ่าตัดแบบเปิดแผลใหญ่

รักษารองช้ำร่วมกับกระดูกเท้างอกที่ kdms Hospital ดีอย่างไร

การรักษารองช้ำร่วมกับกระดูกเท้างอกที่ kdms Hospital ผู้เข้ารับบริการจะได้รับคำแนะนำจากศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเท้าและข้อเท้าโดยตรง ตั้งแต่การประเมินอาการ การวางแผนการรักษาอย่างตรงจุด กระทั่งติดตามอาการหลังการรักษา จนกว่าผู้เข้ารับบริการจะกลับไปใช้ชีวิตได้ดีดังเดิม

สรุป

อาการปวดส้นเท้า โดยเฉพาะปวดจี๊ดในก้าวแรกหลังตื่นนอนไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของ รองช้ำแล้วพัฒนาไปสู่กระดูกส้นเท้างอกได้ในระยะยาว ซึ่งทั้งสองภาวะนี้สามารถเกิดร่วมกัน และทำให้ปวดเรื้อรังมากขึ้น หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม โดยการรักษารองช้ำร่วมกับกระดูกเท้างอกให้หาย ต้องอาศัยวินัยในการปรับพฤติกรรม หมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ แต่หากดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วอาการปวดเรื้อรังยังไม่ทุเลา 

การเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยและเลือกวิธีรักษาที่ตรงจุด ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งการรักษาของแพทย์มีทั้งแบบไม่ผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการทำฉีดยา การทำกายภาพบำบัด แต่ถ้าต้องผ่าตัดก็จะเป็นการผ่าตัดส่องกล้อง ที่แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และที่ kdms Hospital พร้อมดูแลโดยศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเท้าและข้อเท้า เพื่อให้คุณกลับมาเดินได้ดีอย่างที่เคยเป็น และมีความสุขในทุกๆ ก้าวที่เดิน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระดูกส้นเท้างอก

สามารถหายขาดได้ครับ หลังเจียกระดูกออกแล้วร่างกายจะเหมือนรีเซตใหม่ทั้งหมด และหมอจะมีการยืดพังผืดฝ่าเท้าร่วมด้วย เพื่อลดแรงดึง ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำเป็นเกราะป้องกันไว้

แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยปล่อยปละละเลยการดูแลตัวเองเป็นเป็นระยะเวลานานมากๆ กระดูกก็สามารถกลับมาเริ่มงอกใหม่จากศูนย์ได้ครับ

ผ่าตัดส่องกล้องรักษารองช้ำและกระดูกงอก พักฟื้นนานไหม เดินได้ทันทีหรือเปล่า

จะงดลงน้ำหนักประมาณ  1 สัปดาห์ ในช่วงที่มีการบวมจากการส่องกล้อง  และให้ลงน้ำหนักได้ในสัปดาห์ที่ 2 ครับ เพราะเเผลผ่าตัดจะเป็นแบบส่องกล้อง ขนาดประมาณ 5 มิลลิเมตร ความเสี่ยงเเผลซึมจะน้อยมาก  พอครบสองสัปดาห์จะตัดไหม จากนั้นสัปดาห์ที่ 3 จะให้เหยียบได้เต็มที่ในรองเท้าผ้าใบครับ

  • ถ้าทิ้งไว้ ขนาดของกระดูกงอกจะใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ อาจใหญ่จนกดคลำได้จากส้นเท้าเลย ยิ่งขนาดกระดูกงอกใหญ่ ทางเลือกการรักษาจะยิ่งน้อยลงครับ จากสามารถรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ อาจจำเป็นต้องผ่าตัด จากรักษาแบบส่องกล้องได้ อาจจำเป็นต้องผ่าเปิด
    ยังไงก็ตามอยากให้เริ่มรักษาตั้งแต่อาการยังเป็นไม่เยอะ จะได้ผลการรักษาที่ดีกว่ามากครับ

บทความโดย : นพ.สิทธา เจือกิจกำจร ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเท้าและข้อเท้า

ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์

พฤหัส, 30 เม.ย. 2026
แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจและโปรโมชั่นที่เกี่ยวข้อง
  อาการปวดที่รบกวนชีวิตประจำวัน อาจจะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพกระดูกและข้อที่ต้องได้รับการดูแล อย่าปล่อยให้อาการเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่...
package 1800 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2026
บทความอื่นๆ
การผ่าตัดรักษารองช้ำแบบส่องกล้อง
ผ่าตัดรองช้ำส่องกล้อง เพื่อรักษารองช้ำเรื้อรัง พร้อมกำจัดกระดูกส้นเท้างอกในครั้งเดียว
ข้อเท้าหลวม
ข้อเท้าหลวม (CAI) ภาวะข้อเท้าไม่มั่นคงจากเอ็นยึดข้อเท้าเสื่อม รักษาอย่างไร?
กระดูกส้นเท้างอก
กระดูกส้นเท้างอกรักษาอย่างไร เป็นแล้วรักษาหายขาดไหม
MICA เทคโนโลยีผ่าตัดนิ้วโป้งเท้าเอียง แผลเล็ก เจ็บน้อย ช่วยให้กลับมาเดินได้ไว
MICA เทคโนโลยีผ่าตัดนิ้วโป้งเท้าเอียง แผลเล็ก เจ็บน้อย ช่วยให้กลับมาเดินได้ไว
top line line