อาการปวดไหล่เกิดจากอะไรบ้าง อาการไหนที่อันตราย ต้องรีบพบแพทย์
- อาการปวดไหล่เกิดจากอะไร คำตอบคือสาเหตุของอาการปวดไหล่เกิดจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ สาเหตุจากอุบัติเหตุ เช่น การล้ม การเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุทางรถยนต์ และสาเหตุที่เกิดขึ้นเอง เช่น ภาวะความเสื่อมของข้อต่อ ภาวะข้อไหล่ติด หรือการใช้งานซ้ำๆ
- ตำแหน่งของอาการปวดไหล่ อาจช่วยบอกสาเหตุได้ เช่น ปวดไหล่ด้านหน้า อาจเกิดจากเอ็นกล้ามเนื้อไบเซป (biceps brachii tendon) อักเสบ หรือ ฉีกขาด ปวดไหล่ด้านบน อาจเกิดจากข้อต่อไหปลาร้าส่วนปลายอักเสบ ปวดไหล่ด้านข้าง มักมีสาเหตุจากเอ็นข้อไหล่ อาจเกิดการอักเสบ ฉีกขาด และปวดไหล่ด้านหลัง มักเกิดจากกล้ามเนื้อหัวไหล่อักเสบ ส่วนมากเกิดจากการใช้งาน อาการปวดมักปวดกล้ามเนื้อไหล่ด้านหลัง
- อาการปวดไหล่ตอนกลางคืน เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การนอนตะแคงทับข้างที่ปวด การไม่ได้ขยับไหล่ หรือบางครั้งการได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากการเล่นกีฬา อาจทำให้เกิดกระบวนการอักเสบตามมาในช่วงกลางคืน
- อาการปวดไหล่ที่ควรพบแพทย์ หากมีภาวะแขนอ่อนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรืออาการไหล่ติด ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยทันที
- การวินิจฉัยอาการปวดไหล่ แพทย์จะทำการซักประวัติ เพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากการบาดเจ็บหรือเกิดขึ้นเอง และทำการตรวจร่างกาย หาจุดกดเจ็บ ขยับข้อไหล่เพื่อดูการเคลื่อนไหว ตรวจกำลังกล้ามเนื้อ
- รักษาอาการปวดไหล่ ทำได้ทั้งแบบไม่ผ่าตัด เช่น รับประทานยา เช่น ยาแก้ปวดพาราเซตามอล ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ การทำกายภาพบำบัด เช่น อัลตราซาวด์ ช็อกเวฟ (shock wave) ฝังเข็ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ ส่วนการรักษาแบบผ่าตัด มีทั้งผ่าตัดแบบส่องกล้องและผ่าตัดแบบเปิด
อาการปวดไหล่เกิดจากอะไร คำถามที่หลายคนสงสัยแต่ก็ยังไม่แน่ใจในคำตอบ จริงๆ แล้วอาการปวดไหล่เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกวัย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ใช้กล้ามเนื้อไหล่มาก เช่น นักกีฬาหรือผู้ที่ทำงานที่ต้องใช้ไหล่บ่อยๆ โดยอาการปวดไหล่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือ อุบัติเหตุและเกิดได้เอง นอกจากนี้ ตำแหน่งของอาการปวดไหล่ยังช่วยในการวินิจฉัยได้อีกด้วย
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการปวดไหล่ให้มากยิ่งขึ้น ว่าเกิดได้จากสาเหตุอะไรบ้าง มีการวินิจฉัย และแนวทางการรักษาอย่างไรได้บ้าง ไปดูกัน
Table of Contents
Toggleอาการปวดไหล่เกิดจากอะไร
ในการซักประวัติเพื่อมองหาสาเหตุของอาการปวดไหล่ แพทย์จะตรวจสอบว่าสาเหตุอาการปวดไหล่เกิดจากอุบัติเหตุ หรือเกิดขึ้นเอง โดยจะมีการพิจารณาดังนี้
ปวดไหล่จากอุบัติเหตุ
การหกล้ม
ส่วนมากเป็นการกระแทกที่หัวไหล่โดยตรง อาจส่งผลให้เกินการฟกช้ำของกล้ามเนื้อ หรืออาจรุนแรงจนเป็นสาเหตุให้เส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด ข้อไหล่เคลื่อน ข้อไหล่หลุด หรือหมอนรองกระดูกหัวไหล่ขาดได้
การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
อาจเกิดจากการใช้งานซ้ำๆ หนักเกินความสามารถในการซ่อมแซม เช่น การขว้างลูกบอล การยกน้ำหนัก หรือการเล่นกีฬาที่ต้องใช้หัวไหล่ในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแรง เช่น แบดมินตัน วอลเลย์บอล เป็นต้น
อุบัติเหตุทางการจราจร
การชนหรือกระแทกอย่างแรงสามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บที่กระดูกไหล่ ข้อต่อ และเส้นเอ็น อาจพบกระดูกหัก ข้อเคลื่อน และเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาดได้
ปวดไหล่แบบเกิดขึ้นเอง
ข้อหัวไหล่เสื่อม
มักเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ หรือ โรครูมาตอยด์ เกิดจากการสึกของผิวข้อ ส่งผลให้ให้ข้อเสื่อม หรืออาจเกิดจาก เอ็นไหล่ฉีกขาด เป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดการเสื่อมของข้อไหล่ การรักษาอาจต้องผ่าตัดทำข้อไหล่เทียม
การใช้งานไหล่ซ้ำๆ
เช่น การทำงานที่ต้องยกของบ่อย ๆ หรือการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อาจทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบไหล่อักเสบ
ภาวะข้อไหล่ติด
เป็นอาการที่ทำให้ข้อต่อไหล่เคลื่อนไหวได้น้อยลงและเกิดอาการปวด
โรคเส้นเอ็นอักเสบ และกระดูกงอกทับเส้นเอ็นไหล่
เกิดจากกระดูกงอกทับเส้นเอ็นหัวไหล่ ส่งผลให้เกิดการอักเสบ และอาจทำให้เอ็นฉีกขาดได้
หินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่
สามารถเกิดขึ้นได้เอง และมีอาการปวดรุนแรง โดยสามารถวินิจฉัยได้จากภาพถ่ายเอกซเรย์
ตำแหน่งของอาการปวดไหล่
ตำแหน่งของการปวดไหล่ อาจช่วยบอกสาเหตุของการปวดไหล่
ปวดไหล่ด้านหน้า
อาจเกิดจากเอ็นกล้ามเนื้อไบเซป (biceps brachii tendon) อักเสบ หรือ ฉีกขาด การรักษาเริ่มจากพัก ให้ยาต้านการอักเสบ การฉีดสเตรอยด์ และการผ่าตัด เป็นต้น
ปวดไหล่ด้านบน
อาจเกิดจากข้อต่อไหปลาร้าส่วนปลายอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น
ปวดไหล่ด้านข้าง
มักมีสาเหตุจากเอ็นข้อไหล่ อาจเกิดการอักเสบ ฉีกขาด กระดูกทับเส้นเอ็นไหล่ มักมีอาการปวดขณะยกแขนสูงเหนือศีรษะ การปวดเวลานอนตะแคงข้างที่ปวด แต่หากมีอาการปวดร้าวลงแขนอาจเป็นปัญหาจากกระดูกต้นคอทับเส้นประสาทได้เช่นกัน
ปวดไหล่ด้านหลัง
มักเกิดจากกล้ามเนื้อหัวไหล่อักเสบ ส่วนมากเกิดจากการใช้งาน อาการปวดมักปวดกล้ามเนื้อไหล่ด้านหลัง กล้ามเนื้อสะบักและต้นคอ เป็นต้น
อาการปวดไหล่เรื้อรัง ควรทำอย่างไร
หากมีอาการปวดไหล่เรื้อรัง นานเกิน 3-6 เดือน ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะการปวดไหล่เรื้อรังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ หากทำการวินิจจัยและรักษาล่าช้า อาจทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลง หรือ การรักษามีความยากและซับซ้อนมากขึ้น
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อมีอาการบาดเจ็บข้อไหล่
ผู้ป่วยสามารถรักษาเบื้องต้นด้วยการประคบเย็นใน 24-48 ชั่วโมงแรก รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) และลดการใช้งาน หากมีการอ่อนแรง ชา ข้อไหล่ผิดรูป หรือ อาการปวดไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ตามการปวดไหล่เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ซึ่งทำให้มีการรักษาต่างกัน เช่น เอ็นอักเสบควรจำกัดการเคลื่อนไหวในระยะแรก ในทางกลับกันโรคไหล่ติดควรเน้นการขยับข้อไหล่ ดังนั้นจึงควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรักษาที่ตรงจุด ได้รับการรักษาที่ดีที่สุด และช่วยลดภาวะแทรกซ้อน
อาการปวดไหล่แบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์
หากมีอาการปวดไหล่ที่ไม่ดีขึ้นหลังจากการกินยาแก้ปวด และมีภาวะแขนอ่อนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรืออาการไหล่ติด ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยทันที การรักษาอย่างรวดเร็วและทันท่วงทีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูให้หายไวขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การวินิจฉัยโรคจากอาการปวดไหล่ ทำได้อย่างไร
แพทย์จะทำการซักประวัติ เพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากการบาดเจ็บหรือเกิดขึ้นเอง และทำการตรวจร่างกาย หาจุดกดเจ็บ ขยับข้อไหล่เพื่อดูการเคลื่อนไหว ตรวจกำลังกล้ามเนื้อ
การส่งตรวจเอกซเรย์ช่วยวินิจฉัยสาเหตุอาจเกิดจาก ข้อเสื่อม กระดูกงอก ข้อหลุดหรือเคลื่อน และหินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ หากสงสัยเส้นเอ็นหรือหมอนรองกระดูกข้อไหล่ฉีกขาด แพทย์อาจพิจารณาตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพิ่มเติม
แนวทางการรักษาอาการปวดไหล่เป็นอย่างไร
วิธีการรักษาสำหรับอาการปวดไหล่ โดยทั่วไป คือ แบบไม่ผ่าตัด และรักษาแบบผ่าตัด โดยทั่วไปแพทย์จะทำการวินิจฉัยและเสนอแนวทางการรักษามักเริ่มต้นด้วยการไม่ผ่าตัด
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
- แนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น หากเกิดจากการอักเสบ ฟกช้ำ ควรต้องพักการใช้งานก่อน หากเป็นข้อไหล่ติดแนะนำผู้ป่วยฝึกขยับข้อไหล่ ผู้ป่วยบางรายมีภาวะกระดูกงอกทับเส้นเอ็นไหล่ ควรหลีกเลี่ยงยกแขนเหนือศีรษะในช่วงที่ปวด เพื่อลดการอักเสบ เป็นต้น
- รับประทานยา เช่น ยาแก้ปวดพาราเซตามอล ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เป็นต้น (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง 3 ยาแก้ปวด มีกี่ประเภท เลือกใช้ยังไงให้ถูกอาการ)
- การทำกายภาพบำบัด เช่น อัลตราซาวด์ ช็อกเวฟ (shock wave) ฝังเข็ม หรือการดัดไหล่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์
การรักษาแบบผ่าตัด
แพทย์จะแนะนำผ่าตัดในกรณีการรักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้นหรือมีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดรักษา ปัจจุบันการผ่าตัดแบ่งออกเป็นผ่าตัดแบบส่องกล้องและผ่าตัดแบบเปิด ขึ้นอยู่กับตัวโรคและความรุนแรงของโรค
การผ่าตัดแบบส่องกล้อง
- โรคข้อไหล่ติด ผ่าตัดส่องกล้องเพื่อตัดผังผืด ร่วมกับการดัดข้อไหล่
- โรคเอ็นไหล่ฉีกขาด ผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเย็บซ่อมเอ็นไหล่
- โรคกระดูกงอกทับเส้นเอ็นไหล่ ผ่าตัดส่องกล้องเพื่อตัดกระดูกงอก
- โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ ผ่าตัดส่องกล้องเพื่อนำหินปูนออก
- โรคไหล่หลุดซ้ำ ผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเย็บซ่อมหมอนรองกระดูกข้อไหล่
การผ่าตัดแบบเปิด
- ข้อไหล่เสื่อม ผ่าตัดทำข้อไหล่เทียม
- เอ็นข้อไหล่ขาดเรื้อรังที่เย็บซ่อมไม่ได้ ผ่าตัดทำข้อไหล่เทียมแบบกลับด้าน
- ข้อหลุดกระดูกหัก ผ่าตัดจัดข้อ ผ่าตัดกระดูกให้เข้าที่
จะเห็นได้ว่าเอ็นไหล่ขาด หากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป จะทำให้อาการฉีกขาดรุนแรงมากยิ่งขึ้น และเอ็นไหล่หดสั้นลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอ็นไหล่ฉีกขาดจากอุบัติเหตุ ซึ่งมีผลต่อวิธีการรักษา อาจทำให้ไม่สามารถผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเย็บซ่อมได้ และต้องเปลี่ยนวิธีการรักษาเป็นผ่าตัดแบบเปิด โดยทำข้อไหล่เทียมแบบกลับด้าน ดังนั้นหากสงสัยเกี่ยวกับการรักษา ควรพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที
รักษาอาการปวดไหล่ที่ kdms Hospital ดีอย่างไร
การรักษาอาการปวดไหล่ที่ kdms Hospital มีการวินิจฉัยและรักษาอาการปวดไหล่จากแพทย์เฉพาะทาง ระบุหาสาเหตุอาการได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังมีการส่งตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ที่รวดเร็ว ระยะเวลารอคอยการผ่าตัดไม่นาน การผ่าตัดส่องกล้อง อาการปวดน้อย ฟื้นตัวไว และมีโปรแกรมการกายภาพบำบัดที่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้ผลลัพธ์การรักษาเป็นไปได้อย่างราบรื่นอีกด้วย
สรุป
อาการปวดไหล่ เกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการปวดไหล่จากอุบัติเหตุหรืออาการปวดไหล่ที่เกิดขึ้นเองจากการใช้งานหัวไหล่ที่มากเกินไป หากฝืนใช้งานหัวไหล่และละเลยการดูแลรักษา อาจพัฒนาเป็นอาการปวดไหล่เรื้อรังได้อีกด้วย
หากมีอาการปวดไหล่ ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยอาการปวดไหล่ หาสาเหตุของอาการปวดไหล่ พร้อมแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้กลับมาใช้งานไหล่ได้อย่างมีประสิทธิภาพดังเดิม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการปวดไหล่
ปวดไหล่ตอนกลางคืนอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การนอนตะแคงทับข้างที่ปวด การไม่ได้ขยับไหล่ การที่แขน ไหล่ และต้นคออยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม บางครั้งการได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากการเล่นกีฬา อาจทำให้เกิดกระบวนการอักเสบตามมาในช่วงกลางคืน เป็นต้น
ควรมีการยืดเอ็นกล้ามเนื้อหัวไหล่ ก่อนและหลังการออกกำลังกาย(warm up and cool down) เช่น การยืดกล้ามเนื้อไหล่และขยับหมุนข้อไหล่ในทุกทิศทาง การนวดเบาๆเพื่อเพิ่มการไหล่เวียนเลือด นอกจากนี้กีฬาที่มีการใช้ข้อไหล่อย่างมาก เช่น แบดมินตัน วอลเลย์บอล บาสเกตบอล ก็ควรมีการพักกล้ามเนื้อหัวไหล่ เพื่อให้เอ็นกล้ามเนื้อได้มีโอกาสฟื้นตัว และความเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง เหมาะสมในกีฬาแต่ละประเภท
หากมีอาการปวดไหล่เรื้อรัง นานเกิน 3-6 เดือน ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะการปวดไหล่เรื้อรังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ หากทำการวินิจจัยและรักษาล่าช้า อาจทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลง หรือ การรักษามีความยากและซับซ้อนมากขึ้น
ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเส้นเอ็น ระยะเวลาก่อนการผ่าตัด หากคุณภาพของเส้นเอ็นดี ร่วมกับการผ่าตัดที่เหมาะสม ผู้ป่วยสามารถกลับมาเล่นกีฬาได้ปกติ ภายใน 6-9 เดือน
บทความโดย: นพ.พงษ์เทพ ณ นคร ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การกีฬาและข้อไหล่
วิดีโอที่เกี่ยวข้อง
ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์