ผ่าตัดรองช้ำส่องกล้อง เพื่อรักษารองช้ำเรื้อรัง พร้อมกำจัดกระดูกส้นเท้างอกในครั้งเดียว

การผ่าตัดรักษารองช้ำแบบส่องกล้อง
Highlight
  • การผ่ารองช้ำ คือทางออกทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยปวดส้นเท้าเรื้อรังนานกว่า 6 เดือน ที่รักษาด้วยวิธีประคับประคองแล้วไม่เห็นผล 
  • การผ่าตัดรองช้ำแบบ Endoscopic Plantar Fascia Release (EPFR) คือ การเปิดแผลเล็กเพียง 3-5 มม. ช่วยให้เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และสามารถ กรอตัดรักษากระดูกส้นเท้างอกร่วมด้วยได้แบบจบในการผ่าตัดครั้งเดียว
  • ทำให้อัตราความสำเร็จสูงถึง 90-95% คืนคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยกลับมาเดิน ทำงาน และเล่นกีฬาได้ภายใน 3-6 เดือน

Table of Contents

โรครองช้ำ คืออะไร

รองช้ำ หรือภาวะการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้า (Plantar Fascia) ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปวดส้นเท้า พังผืดนี้มีลักษณะคล้ายแถบยางยืดหนาๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างส้นเท้ากับเนินปลายเท้า ทำหน้าที่ช่วยรองรับอุ้งเท้า ภาวะนี้มักเกิดขึ้นเมื่อคุณใช้งานฝ่าเท้าหนักเกินไป หรือมีแรงกดทับที่เท้ามากจนเกิดการฉีกขาดเล็กๆ ทำให้พังผืดบวมและเจ็บปวดเวลาเดิน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ รักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการทำกายภาพบำบัด ยา การฉีดยา และรองเท้าที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยราว 10–15% ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา หรือ กายภาพบำบัด คือกลุ่มที่ การรักษารองช้ำด้วยการผ่าตัด กลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

การผ่าตัดรักษารองช้ำ คืออะไร?

การผ่าตัดรักษารองช้ำ (Plantar Fascia Release) คือ กระบวนการทางศัลยกรรมเพื่อคลายพังผืดฝ่าเท้าที่ตึงและอักเสบเรื้อรัง โดยแพทย์จะทำการตัดแต่งพังผืดฝ่าเท้าบางส่วนที่เกาะบริเวณกระดูกส้นเท้า เพื่อลดแรงตึงรั้งที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด นอกจากนี้ ในผู้ป่วยหลายรายที่มีภาวะรองช้ำเรื้อรัง มักจะพบ กระดูกส้นเท้างอก (Calcaneal Spur)

อาการแบบไหนที่ต้องผ่าตัดรองช้ำ

ไม่ใช่ทุกคนที่ปวดส้นเท้าจะต้องผ่าตัด แต่หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมกัน นั่นคือสัญญาณที่แพทย์จะพิจารณาการรักษารองช้ำผ่าตัดอย่างจริงจัง

สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์เฉพาะทาง

  • ปวดส้นเท้ารุนแรงต่อเนื่องมากกว่า 6 เดือน โดยไม่ดีขึ้น
  • รักษาด้วยยาและกายภาพบำบัด ครบถ้วนแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น ได้แก่ ยาแก้อักเสบ กายภาพบำบัด รองเท้า/แผ่นรอง Orthotic ฉีดยา Corticosteroid แล้ว 1–2 ครั้ง
  • ปวดมากจนเดินไม่ไหวหรือต้องหยุดพักบ่อย ๆ
  • อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้พักการใช้งาน
  • คุณภาพชีวิตลดลงอย่างชัดเจน เช่น ทำงานไม่ได้ ออกกำลังกายไม่ได้
  • ตรวจ Ultrasound หรือ MRI พบพังผืดหนาตัวมากกว่าปกติ (> 4 มม.) หรือมีพยาธิสภาพชัดเจน

แพทย์วินิจฉัยอย่างไรว่าต้องผ่าตัด

ก่อนการรักษารองช้ำด้วยการผ่าตัด แพทย์จะทำการประเมินอย่างรอบด้านเพื่อยืนยันว่าผ่าตัดเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด

1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย

  • ระยะเวลาเป็นโรค ประวัติการรักษา และผลการรักษาที่ผ่านมา
  • กดตรวจจุดเจ็บบริเวณส้นเท้าด้านใน (Medial Calcaneal Tubercle)
  • ทดสอบ Windlass Test เพื่อประเมินความตึงของพังผืดฝ่าเท้า
  • ตรวจการเดิน (Gait Analysis) และโครงสร้างของเท้า

2. การตรวจด้วยภาพถ่าย

  • X-Ray: ตรวจหากระดูกส้นเท้างอก (Calcaneal Spur) ที่อาจเกิดร่วมกันในผู้ป่วยรายที่เป็นมานาน
  • Ultrasound: วัดความหนาของพังผืด ดูการอักเสบและสภาพเนื้อเยื่อ
  • MRI (กรณีจำเป็น): ดูความรุนแรงของรอยฉีกขาด ตรวจหาพยาธิสภาพอื่น ๆ เช่น การกดทับเส้นประสาท

3. เกณฑ์ตัดสินใจผ่าตัด

แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเมื่อ ผู้ป่วยรักษาแบบยา กายภาพบำบัด ฉีดยา อย่างเต็มรูปแบบและต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนแล้วยังไม่หาย หรือมีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องแก้ไขเชิงโครงสร้าง เช่น กระดูกส้นเท้างอกขนาดใหญ่

ภาพ X-Ray กระดูกส้นเท้างอก

การผ่าตัดรองช้ำมีกี่แบบ?

วิธีที่ 1 : การผ่าตัดแบบเปิด (Open Plantar Fascia Release)

  • กรีดแผลยาวประมาณ 3–5 ซม. ที่บริเวณส้นเท้าด้านใน
  • ตัดพังผืดส่วนที่อักเสบออกบางส่วน (Partial Release) และนำกระดูกงอกออก (ถ้ามี)
  • เห็นพื้นที่ผ่าตัดได้ชัดเจน แต่แผลใหญ่กว่า พักฟื้นนานกว่า

วิธีที่ 2 : ปัจจุบัน kdms ผ่าตัดรักษารองช้ำแบบ Endoscopic Plantar Fascia Release (EPFR)

  • กรีดแผลเล็กเพียง 2 จุด ขนาดประมาณ 3–5 มม.
  • สอดกล้อง Endoscope เพื่อมองเห็นพังผืดบนหน้าจอแบบ Real-time
  • ตัดพังผืดส่วนที่อักเสบเรื้อรังออกอย่างแม่นยำโดยไม่ทำลายโครงสร้างข้างเคียง
  • หากมี กระดูกส้นเท้างอก (Calcaneal Spur) ขนาดใหญ่ แพทย์สามารถกำจัดออกได้พร้อมกันในการผ่าตัดครั้งเดียว
  • แผลเล็ก เจ็บน้อย พักฟื้นเร็ว ความเสี่ยงต่ำกว่า

การผ่ารองช้ำส่องกล้อง (Endoscopic) ต่างจากแบบเปิดอย่างไร?

ผ่าตัดแบบเปิด
ผ่าส่องกล้อง (EPFR)
ขนาดแผล
3-5 ซม.
3-5 มม. (2 จุด)
ความเจ็บปวดหลังผ่าตัด
ปานกลาง – มาก
น้อย
ระยะพักฟื้น
6 – 12 สัปดาห์
3 – 6 สัปดาห์
ความเสี่ยงติดเชื้อ
สูงกว่า
ต่ำกว่า
ความแม่นยำ
พอดี
สูง (มองเห็น Real-time)
รักษากระดูกงอกร่วมได้
ได้
ได้
วันพักรักษาที่โรงพยาบาล
1 – 2 วัน
1 วัน (หรือไป-กลับ)
อัตราความสำเร็จ
~85%
~90-95%

เตรียมตัวอย่างไรก่อนผ่าตัดรองช้ำ

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  • แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ
  • งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (ตามแพทย์สั่ง) ก่อนผ่าตัด
  • งดน้ำและอาหารก่อนการผ่าตัด (กรณีดมยาสลบหรือบล็อกหลัง) ตามคำแนะนำของวิสัญญีแพทย์

วันก่อนผ่าตัด

  • งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง (กรณีดมยาสลบ) หรือตามที่แพทย์แนะนำ
  • ทำความสะอาดเท้าให้สะอาด ไม่ทาครีมหรือยาทาที่เท้า
  • เตรียมรองเท้าแบบสวมง่าย หรือไม้ค้ำยัน (ถ้าจำเป็น)

ขั้นตอนการผ่ารองช้ำส่องกล้อง (EPFR) ทีละขั้น

ขั้นตอนที่ 1 วางยาชา/ระงับความรู้สึก

ผ่าตัดใช้การดมยาสลบ (General Anesthesia) หรือการบล็อกเส้นประสาทบริเวณข้อเท้า (Regional Nerve Block) เพื่อให้คนไข้สบายและไม่รู้สึกเจ็บตลอดการผ่าตัด

ขั้นตอนที่ 2 กรีดแผลเล็ก 2 จุด

แพทย์กรีดผิวหนังด้านใน และด้านนอกของส้นเท้าข้างละประมาณ 3–5 มม. เพื่อสอดอุปกรณ์เข้าไป

ขั้นตอนที่ 3 สอดกล้องและเครื่องมือ

สอด Cannula (ท่อนำ) เข้าไปพร้อมกล้อง Endoscope ด้านหนึ่ง และเครื่องมือตัดอีกด้านหนึ่ง แพทย์จะมองเห็นพังผืดฝ่าเท้าชัดเจนบนจอภาพ

ขั้นตอนที่ 4 ตัดพังผืด (Plantar Fascia Release)

ตัดพังผืดส่วนที่อักเสบเรื้อรังและหนาตัวออกบางส่วน (Partial Release ประมาณ 40–50% ของพังผืด) เพื่อลดแรงดึงรั้งที่ส้นเท้า

ขั้นตอนที่ 5 กำจัดกระดูกส้นเท้างอก (กรณีมีร่วมด้วย)

หากตรวจพบกระดูกงอก (Calcaneal Spur) แพทย์จะใช้เครื่องมือ Burr กำจัดออกผ่านกล้องในการผ่าตัดเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องผ่าซ้ำ

ขั้นตอนที่ 6 เย็บปิดแผลและพันผ้า

เย็บแผลเล็ก 2 จุด พันผ้ากดรักษาแผล และใส่เฝือกชั่วคราวหรือรองเท้าพิเศษ ระยะเวลาผ่าตัดทั้งหมดประมาณ 30–60 นาที

ระยะเวลา การพักฟื้นหลังผ่ารองช้ำส่องกล้อง

ระยะเวลา
คำแนะนำ
ระยะแรก วันที่ 1–3
พักผ่อน ยกเท้าสูง ลดบวม รับยาแก้ปวด
สัปดาห์ที่ 1–2
เริ่มลงน้ำหนักได้บางส่วนด้วยรองเท้าพิเศษ
สัปดาห์ที่ 3–4
ตัดไหมและเดินได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย
สัปดาห์ที่ 4–6
กลับไปทำงานได้ (งานนั่งโต๊ะ)
สัปดาห์ที่ 6–12
ทำกายภาพบำบัด เพิ่มกิจกรรม
3–6 เดือน
วิ่ง กีฬา ออกกำลังกายได้ตามปกติ

อัตราความสำเร็จ

การผ่าตัดส่องกล้องรองช้ำ มีอัตราความสำเร็จสูงมากเมื่อเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม:

  • 90-95% ของผู้ป่วยมีอาการปวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • 80-85% กลับมาออกกำลังกายและใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • ความพึงพอใจโดยรวมของผู้ป่วยสูงกว่าการผ่าตัดแบบเปิด

ข้อปฏิบัติหลังการผ่าตัดรองช้ำ

  • ยกเท้าสูงกว่าระดับหัวใจเมื่อนั่งหรือนอน (ลดบวม)
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
  • ทำแผลตามคำแนะนำและมาตรวจตามนัดทุกครั้ง
  • ใส่รองเท้าพิเศษหรือใส่ Orthotic ตามที่แพทย์กำหนด
  •  ทำกายภาพบำบัดตามแผน (ยืดพังผืด, ออกกำลังกายเท้า)
  • ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่ม เพื่อลดแรงกดที่ฝ่าเท้า

ข้อดีของการรักษารองช้ำด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง

  1. แผลเล็ก เจ็บน้อย แผล 2 จุดขนาดเพียง 3–5 มม. ลดความเจ็บปวดและรอยแผลเป็น
  2. พักฟื้นเร็ว กลับบ้านได้วันเดียวกัน ฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าแบบเปิดอย่างมีนัยสำคัญ
  3. แม่นยำสูง แพทย์มองเห็นพื้นที่ผ่าตัดแบบขยายบนจอ ลดโอกาสทำลายเส้นประสาทและหลอดเลือดข้างเคียง
  4. รักษาได้ครบในครั้งเดียว กำจัดพังผืดที่อักเสบและกระดูกส้นเท้างอกได้พร้อมกัน
  5. ความเสี่ยงต่ำ ลดโอกาสติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนเทียบกับการผ่าแบบเปิด
  6. อัตราสำเร็จสูง ผลลัพธ์ระยะยาวดีเยี่ยมในกลุ่มผู้ป่วยที่คัดเลือกมาอย่างเหมาะสม

การกลับไปใช้ชีวิตหลังผ่าตัดรองช้ำ

การรักษารองช้ำด้วยการผ่าตัดส่องกล้องไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะเปลี่ยนไปตลอดกาล — ตรงกันข้าม ผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือดีกว่าก่อนผ่า

กิจกรรมและไทม์ไลน์ที่คาดหวังได้

  • 4-6 สัปดาห์: กลับทำงานประจำที่นั่งโต๊ะได้
  • 6-8 สัปดาห์: เดินเร็ว ขึ้น-ลงบันได ขับรถได้
  • 8-12 สัปดาห์: ออกกำลังกายเบาถึงปานกลาง (ว่ายน้ำ จักรยาน)
  • 3-6 เดือน: วิ่ง เล่นกีฬา ทำงานที่ต้องยืนนานได้

สิ่งสำคัญที่ต้องทำต่อเนื่องหลังหายดีแล้ว

  • สวมรองเท้าที่รองรับอุ้งเท้าและรับแรงกระแทกได้ดีเสมอ
  • ออกกำลังกายยืดพังผืดฝ่าเท้าและเอ็นร้อยหวายเป็นประจำทุกวัน
  • รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินบนพื้นแข็งเป็นเวลานานโดยไม่มีรองเท้ารองรับที่ดี
  • ตรวจสุขภาพเท้าประจำปีหากมีความเสี่ยง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดรองช้ำ

ระหว่างผ่าตัดไม่รู้สึกเจ็บเพราะมีการวางยาชา หลังผ่าตัดจะมีอาการปวดบริเวณแผลบ้างใน 1–3 วันแรก ซึ่งควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวด โดยทั่วไปผู้ป่วยที่ผ่าแบบส่องกล้อง มีรายงานความเจ็บปวดน้อยกว่าการผ่าแบบเปิดอย่างชัดเจน

รองช้ำมีโอกาสหายไหม?

อัตราการกลับมาเป็นซ้ำต่ำมาก เพราะจะมีการนำตัวกระดูกงอกที่กระตุ้นให้เกิดอาการเจ็บออก และ อาจมีการยืดพังผืดฝ่าเท้าบางส่วน (partial Plantar fascia fasciotomy) ร่วมด้วย ทำให้เหตุ ปัจจัยที่จะทำให้เกิดอาการเจ็บซ้ำหายไป

เมื่อกระดูกมีการงอกขึ้นแล้ว หัตถการที่ทำให้กระดูกงอกหายไปในปัจจุบันมีแค่การผ่าตัดนำออก แต่ไม่ใช่ทุกเคสที่จะต้องนำกระดูกที่งอกออก หลายเคสแม้มีกระดูกงอกก็สามารถหายจากอาการเจ็บได้ ถ้าภาวะการอักเสบลดลง  แต่หากไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด ในปัจจุบันการผ่าตัด สามารถทำผ่านการส่องกล้องได้แล้ว ทำให้ระยะเวลาพักฟื้น และกลับไปใช้ชีวิต เร็วกว่าสมัยก่อนมาก และ มีแผลที่เล็กมาก โอกาสแผลติดเชื้อต่ำครับ

บทความโดย: นพ.สิทธา เจือกิจกำจร ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเท้าและข้อเท้า

ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์

สรุปความประทับใจจากคนไข้จริง (Patient Testimonials)

คุณจินดาพรประสบการณ์ผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรครองช้ำและกระดูกงอกที่ส้นเท้า
"ทนเจ็บรองช้ำมานานกว่า 5 ปี จนทำสิ่งที่ชอบอย่างเต้นแอโรบิกหรือลีลาศไม่ได้ แต่พอมาหาคุณหมอมารุที่ kdms มั่นใจเต็มร้อยเลยค่ะ หลังผ่าตัดออกมาไม่รู้สึกเหมือนเป็นคนไข้เลย เพราะไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่ต้องทานยาแก้ปวดเลยด้วยซ้ำ ตอบได้คำเดียวว่าดีที่สุด จะได้กลับไปเต้นลีลาศได้เหมือนเดิมแล้วค่ะ"
คุณมณีประสบการณ์ผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรครองช้ำและกระดูกงอก
"ทรมานมาเกือบ 2 ปี เจ็บใต้ฝ่าเท้าเหมือนเข็มแทงตลอดเวลา โดยเฉพาะก้าวแรกตอนเช้าจนแทบไม่อยากเดิน หลังตัดสินใจผ่าตัดเอาส่วนกระดูกที่งอกออก อาการเจ็บเหมือนเข็มแทงหายไปทันที ประทับใจการดูแลของพยาบาลที่คอยช่วยเหลือทุกอย่าง และคุณหมอที่ให้คำแนะนำชัดเจน อยากบอกต่อว่าการผ่าตัดไม่น่ากลัวอย่างที่คิด อย่าทนทรมานจนชีวิตไม่มีความสุขเลยค่ะ"
อังคาร, 07 ก.ค. 2026
แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจและโปรโมชั่นที่เกี่ยวข้อง
  อาการปวดที่รบกวนชีวิตประจำวัน อาจจะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพกระดูกและข้อที่ต้องได้รับการดูแล อย่าปล่อยให้อาการเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่...
package 1800 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2026
บทความอื่นๆ
การผ่าตัดรักษารองช้ำแบบส่องกล้อง
ผ่าตัดรองช้ำส่องกล้อง เพื่อรักษารองช้ำเรื้อรัง พร้อมกำจัดกระดูกส้นเท้างอกในครั้งเดียว
ข้อเท้าหลวม
ข้อเท้าหลวม (CAI) ภาวะข้อเท้าไม่มั่นคงจากเอ็นยึดข้อเท้าเสื่อม รักษาอย่างไร?
กระดูกส้นเท้างอก
กระดูกส้นเท้างอกรักษาอย่างไร เป็นแล้วรักษาหายขาดไหม
MICA เทคโนโลยีผ่าตัดนิ้วโป้งเท้าเอียง แผลเล็ก เจ็บน้อย ช่วยให้กลับมาเดินได้ไว
MICA เทคโนโลยีผ่าตัดนิ้วโป้งเท้าเอียง แผลเล็ก เจ็บน้อย ช่วยให้กลับมาเดินได้ไว
top line line