เท้าแบนคืออะไร หากเป็นแล้วควรหยุดเล่นกีฬาหรือไม่

เท้าแบน คืออะไร หากเป็นแล้วควรหยุดเล่นกีฬาหรือไม่
Key Takeaway
  • เท้าแบน คือ ภาวะที่อุ้งเท้ายุบตัวลง ทำให้ฝ่าเท้าแนบพื้นเกือบทั้งหมด เวลายืนหรือเดินอาจรู้สึกปวดง่าย โดยเฉพาะเวลาลงน้ำหนักนานๆ

     

  • เท้าแบนเป็นได้ตั้งแต่เกิด หรือเกิดจากเส้นเอ็นเสื่อมตามอายุ ซึ่งยิ่งอายุมากขึ้น อาการเจ็บจะชัดขึ้น โดยเฉพาะเวลาวิ่ง กระโดด หรือเล่นกีฬาที่ลงน้ำหนักเยอะ

     

  • เท้าแบน ไม่จำเป็นต้องหยุดเล่นกีฬา แต่ต้องเลือกกีฬาและรองเท้าให้เหมาะสม เช่น ใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล ลดความหนักและความถี่ของการออกกำลังกาย และเลือกกีฬาชนิดแรงกระแทกต่ำ

     

  • ลักษณะของเท้าแบนมี 2 แบบ คือ เท้าแบนแบบยืดหยุ่น พบบ่อย เจ็บจากเส้นเอ็นเสื่อม และ เท้าแบนแบบติดแข็งซึ่งเกิดจากการทิ้งไม่ได้รักษาเป็นเวลานาน

     

  • อาการที่บ่งบอกว่าอาจมีภาวะเท้าแบน ได้แก่ ปวดเมื่อยง่าย เท้าบิดเข้าด้านใน และอาการเจ็บลามขึ้นไปถึงเข่า สะโพก หลังล่าง

     

  • การวินิจฉัยต้องดูทั้งโครงสร้าง การเดิน และภาพถ่ายรังสี โดยเฉพาะ X-Ray ท่ายืนลงน้ำหนัก ซึ่งช่วยวัดองศาความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ

     

  • การรักษามีทั้งแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด โดยส่วนใหญ่ใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล และกายภาพบำบัดก่อน หากเป็นแบบติดแข็งหรือเจ็บเรื้อรังจึงพิจารณาถึงการผ่าตัด

     

  • ผู้ที่มารักษาภาวะเท้าแบนที่ kdms Hospital จะได้พบกับการรักษาอย่างตรงจุดกับศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเท้าและข้อเท้า พร้อมการติดตามผลจนกลับมาใช้ชีวิตได้ดีดังเดิม

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าเท้าแบน หรือภาวะเท้าแบน แต่ยังไม่รู้ว่า เท้าแบน คือ ลักษณะไหน อันตรายหรือไม่ ซึ่งเรื่องภาวะเท้าแบน ถือเป็นปัญหาหนึ่งที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะคนที่ชอบออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือต้องเดินเยอะๆ เพราะเมื่อมีการใช้งานฝ่าเท้ามากเข้า ความรู้สึกเจ็บก็มักจะถามหาอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งคำถามที่คนมักจะสงสัยกันมากก็คือ หากพบว่าตัวเองมีภาวะเท้าแบนแล้ว ควรจะหยุดเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมหนักเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการเจ็บที่เท้าของเราหรือไม่

Table of Contents

เท้าแบน คืออะไร ทำความรู้จักกับเท้าแบน

เท้าแบน คือ ภาวะความผิดปกติของโครงสร้างเท้าที่พบได้บ่อย โดยลักษณะเด่นของเท้าแบน คือ การที่ อุ้งเท้าหรือส่วนโค้งเว้าตรงกลางเท้าด้านในมีการยุบตัวลงราบไปกับพื้น หรือเหลือน้อยกว่าปกติ ทำให้เมื่อเวลายืนหรือเดิน ฝ่าเท้าจะแนบสนิทไปกับพื้นทั้งหมด ซึ่งภาวะนี้อาจเป็นมาตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดขึ้นภายหลังจากการเสื่อมสภาพของเส้นเอ็นก็ได้เช่นกัน

ภาวะเท้าแบนเกิดจากอะไร

ภาวะเท้าแบนเกิดจากอะไร

เมื่อรู้แล้วว่าเท้าแบน คืออะไร แล้วภาวะเท้าแบนเกิดจากอะไร ซึ่งภาวะเท้าแบนส่วนใหญ่แล้วเท้าแบนเป็นภาวะที่มักเกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิด โดยจะเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของรูปเท้าได้ตั้งแต่อายุประมาณ 6-8 ขวบ แต่เพราะในวัยนี้ยังมีน้ำหนักตัวน้อย เด็กๆ จึงสามารถเดินหรือวิ่งได้ตามปกติโดยไม่มีอาการเจ็บปวด เนื่องจากเส้นเอ็นและกระดูกยังแข็งแรงอยู่

แต่เมื่อผ่านการใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน บวกกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น อุ้งเท้าที่แบนอยู่แล้วก็เริ่มแสดงอาการชัดเจนขึ้น โดยจะรู้สึกเจ็บเมื่อใช้งานเยอะๆ หรือทำกิจกรรมที่ลงน้ำหนักเท้ามากๆ ส่วนมากจะเริ่มแสดงอาการเมื่ออายุมากขึ้น โดยระยะแรกอาการจะสัมพันธ์กับการใช้งาน ถ้าใช้งานมาก เช่น วิ่งระยะทางไกล เล่นฟุตบอล เล่นบาสเกตบอลมากๆ จะมีอาการเจ็บ แต่ต่อมาเมื่อมีอาการมากขึ้น เพียงแค่เดินปกติในระยะทางไกลขึ้นก็อาจมีอาการเจ็บได้

เท้าแบนส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันอย่างไร

เท้าแบนส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันอย่างไร

หลายคนอาจมองว่า เท้าแบน คือ เรื่องปกติของโครงสร้างเท้า แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการดูแล เรื่องเท้าแบนอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้มากกว่าที่คิด ดังนี้

1.เมื่อยล้าเร็วกว่าปกติ

ผู้ที่มีภาวะเท้าแบนมักจะมีอาการปวดเมื่อยบริเวณฝ่าเท้า อุ้งเท้า และน่องได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องยืนหรือเดินติดต่อกันเป็นเวลานาน เนื่องจากการกระจายน้ำหนักของเท้าทำได้ไม่ดีเท่าคนที่มีอุ้งเท้าปกติ

2.เกิดอาการปวดเรื้อรังลามไปส่วนอื่น

นี่คือผลกระทบที่หลายคนมองข้าม เพราะเท้าแบนทำให้ข้อเท้าบิดเข้าด้านใน (Overpronation) ส่งผลให้แนวทิ้งน้ำหนักของขาผิดปกติ จนเกิดอาการเจ็บเข่า (โดยเฉพาะเข่าด้านใน) เจ็บสะโพก และอาจลามไปถึงอาการปวดหลังล่างเรื้อรังได้

3.เสียการทรงตัวได้ง่าย

ประสิทธิภาพในการทรงตัวอาจลดลง เสี่ยงต่อการหกล้มหรือข้อเท้าพลิกได้ง่ายหากต้องเคลื่อนไหวเร็ว

4.ปัญหาการเลือกรองเท้า

อาจหารองเท้าแฟชั่นใส่ได้ยาก เพราะรูปเท้าที่แบนกว้างอาจทำให้ใส่แล้วเจ็บ บีบหน้าเท้า หรือรองเท้าเสียทรงเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะพื้นรองเท้าด้านในที่สึกเร็วกว่าด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด

หากมีภาวะเท้าแบนต้องหยุดเล่นกีฬาหรือไม่

หากมีภาวะเท้าแบนต้องหยุดเล่นกีฬาหรือไม่

เมื่อมีภาวะเท้าแบนไม่จำเป็นต้องหยุดเล่นกีฬาเสมอไป เพียงแค่ต้องเลือกประเภทกีฬาหรือรองเท้าที่เหมาะสม และมีการดูแลรองรับอุ้งเท้าที่ดี เพื่อป้องกันอาการปวดหรือการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นจากการลงน้ำหนักผิดสัดส่วน ดังนี้

เน้นการใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล (Customized Insoles)

แผ่นรองเท้าที่ทำมาเพื่อรูปเท้าของแต่ละบุคคล จะช่วยจัดแนวเท้าให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ลดการบิดตัวของข้อเท้าและเข่า ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บได้มาก

เลือกรองเท้าที่เหมาะสม

รองเท้ากีฬาต้องมีพื้นแข็งแรง  มีinsole ที่รับกับรูปเท้า ไม่นิ่มเกินมาตรฐาน มีพื้นรองรับอุ้งเท้าที่เพียงพอ และควรหลีกเลี่ยงรองเท้าพื้นแบน

ลดความถี่และความหนักในการเล่นกีฬา

สำหรับคนที่มีอาการปวดเท้าบ่อยๆ ควรลดความถี่ในการเล่นกีฬาลงชั่วคราว เช่น หากเป็นนักวิ่ง อาจจะลดระยะทาง หรือเปลี่ยนไปวิ่งบนลู่วิ่ง แทนการวิ่งบนพื้นคอนกรีต

เน้นกีฬาแรงกระแทกต่ำ (Low-Impact)

เล่นกีฬาที่ถนอมข้อต่อ เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือโยคะ แทนการวิ่ง หรือกีฬาที่มีการกระโดดหนักๆ ไปก่อน ทั้งนี้ในบางรายที่มีอาการปวดฝ่าเท้า ส้นเท้า ข้อเท้า หรือปวดเข่าเรื้อรัง แนะนำให้ประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน 

ลักษณะเท้าแบนมีกี่แบบ

ลักษณะของเท้าแบน แบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

1. เท้าแบนแบบยืดหยุ่น (Flexible Flatfoot)

เป็นรูปแบบที่พบได้มากที่สุด สาเหตุมาจากการผิดปกติของเส้นเอ็นอุ้งเท้าด้านใน เกิดมีเส้นเอ็นเสื่อมสภาพจนไม่สามารถยกอุ้งเท้าไว้ได้ ทำให้เกิดภาวะเท้าแบนและมีอาการเจ็บ 

2.เท้าแบนแบบติดแข็ง (Rigid Flatfoot)

เป็นรูปแบบพบได้น้อยกว่าแบบยืดหยุ่น สาเหตุเกิดจากการืิ้งภาวะเท้าเเบนโดยไม่รักาา หรือ ความผิดปกติของกระดูกเท้า เช่น มีกระดูกบางตำแหน่งเชื่อมกันอยู่อย่างผิดปกติ ทำให้เกิดเท้าแบนผิดรูป และมีอาการเจ็บปวดเวลาเดิน 

อาการเท้าแบนเป็นอย่างไร

หากคุณกำลังสงสัยว่ามีภาวะเท้าแบนหรอไม่ ลองเช็กดูว่ามีอาการดังต่อไปนี้ไหม

  • ปวดเมื่อยง่าย รู้สึกปวดตึงบริเวณฝ่าเท้า น่อง หรือส้นเท้าหลังจากการยืนหรือเดินเพียงไม่นาน
  • เท้าบิดผิดรูป เมื่อยืนน้ำหนักลงเต็มที่ จะเห็นว่าอุ้งเท้าแบนราบกับพื้น และข้อเท้าจะบิดล้มเข้าด้านใน (Overpronation)
  • ปวดลามข้อต่อ อาการปวดไม่ได้จำกัดอยู่แค่เท้า แต่อาจลามขึ้นไปที่ข้อเข่า สะโพก หรือทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง

การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อสงสัยว่ามีอาการเท้าแบน การเข้าพบแพทย์เฉพาะทางถือเป็นขั้นตอนที่จำเป็นที่สุดเพื่อประเมินความรุนแรง โดยแพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยตามขั้นตอน ดังนี้

1.การซักประวัติและตรวจร่างกาย

แพทย์ซักถามอาการปวด ความถี่ และกิจกรรมที่มีความเสี่ยงของคนไข้ จากนั้นจะทำการตรวจดูลักษณะรูปเท้าทั้งขณะนั่งและยืน รวมถึงประเมินความยืดหยุ่นของเท้า

2.การประเมินลักษณะการเดิน (Gait Analysis)

แพทย์จะให้ผู้ป่วยเดินเพื่อสังเกตลักษณะการลงน้ำหนัก การบิดตัวของข้อเท้า และการจัดเรียงตัวของข้อต่อ (Alignment) ตั้งแต่เท้าไปจนถึงหัวเข่า

3.การยืนยันด้วยภาพถ่ายรังสี (X-Ray หรือ MRI)

แพทย์จะให้ X-Ray ในท่ายืนลงน้ำหนัก ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการยืนยันภาวะเท้าแบน เพราะช่วยให้แพทย์สามารถวัดองศาความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกเท้าได้อย่างละเอียด หากจำเป็นต้องประเมินสภาพเส้นเอ็นอย่างละเอียดอาจพิจารณาใช้ MRI เพิ่มเติม

เท้าแบนรักษาอย่างไร

เท้าแบนรักษาอย่างไร

การรักษาภาวะเท้าแบน มีเป้าหมายเพื่อลดอาการปวด และช่วยจัดแนวเท้าให้กลับมาใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามความความรุนแรง โดยแบ่งวิธีการรักษาออกเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่

1.การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

การใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล (Customized Orthotics)

ถือเป็นการรักษาหลักที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับเท้าแบนแบบยืดหยุ่น โดยแผ่นรองเท้าจะทำหน้าที่รองรับอุ้งเท้าที่ยุบตัว ลดการบิดของข้อเท้าและเข่า เพื่อลดอาการปวด

การทำกายภาพบำบัด

เน้นการออกกำลังกายเพื่อยืดเอ็นร้อยหวาย และเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเท้าและน่อง ซึ่งช่วยพยุงอุ้งเท้า

2.การรักษาแบบผ่าตัด

การผ่าตัดเพื่อแก้ไขโครงสร้าง

ใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยเท้าแบนแบบยึดติด ที่มีอาการปวดรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่นๆ การผ่าตัดจะช่วยปรับแนวของกระดูกเท้าให้เกิดเป็นอุ้งเท้าขึ้นมาใหม่ เพื่อแก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างอย่างถาวร

รักษาเท้าแบนที่ kdms Hospital ดีอย่างไร

ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาภาวะเท้าแบนที่ kdms Hospital จะได้รับการรักษากับศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเท้าและข้อเท้าโดยตรง โดยแพทย์จะให้คะปรึกษาตั้งแต่สาเหตุ ตลอดจนการรักษาอย่างตรงจุด และมีการติดตามผลการรักษาจนกว่าผู้ป่วยจะกลับไปใช้ชีวิตได้ดัดังเดิม

สรุป

เท้าแบน คือ ภาวะที่อุ้งเท้ายุบตัวลง โดยมีทั้งแบบยืดหยุ่นที่พบได้ทั่วไป และแบบติดแข็งที่รุนแรงกว่า ซึ่งอาการหลักคือปวดเมื่อยฝ่าเท้าและน่องอย่างรวดเร็ว และอาจลามไปที่ข้อเข่าหรือปวดหลังส่วนล่างได้

ทั้งนี้เมื่อเกิดภาวะเท้าแบนไม่จำเป็นต้องหยุดเล่นกีฬา เพียงแค่ต้องปรับด้วยการใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล และเลือกรองเท้าที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

การวินิจฉัยโดยแพทย์จะใช้การ X-Ray ในการประเมินโครงสร้างกระดูก และการรักษาหากอาการไม่หนักแพทย์จะใช้การรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การใช้แผ่นรองเท้า และการทำกายภาพบำบัดเป็นหลัก

หากอาการปวดเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนเรื้อรัง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเท้าแบน

เท้าแบนรักษาหายขาดไหม
  • การรักษาเท้าเเบนเเบ่งเป็นสองระยะ ในระยะเริ่มต้นหากเป็นยังไม่เยอะ สามารถใช้การปรับเเผ่น รอง เเละกายภาพช่วยฟื้นฟูให้หายได้ แต่หากเป็นเยอะเเล้วจะเป็นการประคับประคองให้อาการเจ็บการใช้งานลดลง 
  • ในกลุ่มที่เป็นเยอะ อาจต้องใช้การผ่าตัดช่วยเรียงเเนวกระดูก ซึ่งในส่วนนี้จะแก้ภาวะเท้าแบนแบบถาวรได้ แต่คนไข้ไม่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดในทุกราย ต้องพิจารณาถึงความจำเป็น ความเหมาะสมเป็นรายๆ ไปครับ
เท้าแบนดูยังไง

หากดูเท้าแบนด้วยตาเปล่า วิธีสังเกตที่ง่ายที่สุดคือการยืนเท้าเปล่าลงน้ำหนักเต็มที่บนพื้นเรียบ หาก อุ้งเท้าด้านในยุบตัวลงราบไปกับพื้นทั้งหมด หรือเห็นว่าข้อเท้าบิดล้มเข้าด้านใน (Overpronation) อย่างชัดเจน นั่นคือสัญญาณของภาวะเท้าแบน นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตจากรอยเท้าเปียกที่ฝ่าเท้าจะแนบสนิทไปทั้งแผ่น ไม่เหลือส่วนเว้าของอุ้งเท้าเลย

เท้าแบนแก้ยังไง

การแก้ไขเท้าแบนจะเน้นที่การลดอาการปวด และจัดแนวเท้าให้ถูกต้อง โดยแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก

  • การรักษาแบบไม่ผ่าตัด เน้นการใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล (Customized Orthotics) และการทำกายภาพบำบัด เพื่อรองรับอุ้งเท้าและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • การผ่าตัด เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับเท้าแบนแบบติดแข็ง หรือมีอาการปวดรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อวิธีอื่น เพื่อปรับโครงสร้างกระดูกเท้าให้กลับมามีส่วนโค้ง
แผ่นรองเท้าที่ขายสำเร็จรูป ใช้แทนแผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคลได้ไหม
  • ลักษณะการพิจารณาในมุมมองหมอคิดว่าเหมือนซื้อเสื้อสูททั่วไป และสูทสั่งตัด ตัวสำเร็จรูปราคาย่อมต่ำกว่า อาจจะไม่ได้พอดีพอเหมาะเท่ากับแบบเฉพาะบุคคล แต่บางกรณีสามารถทำให้อาการทุเลาลงได้ 
  • หากเราสามารถใช้แล้วอาการดีขึ้นหมอคิดว่าไม่เสียหายที่จะทดลองใช้ก่อน แต่หากต้องการแบบที่พอดีกับเราจริงๆ การสั่งตัดเฉพาะบุคคลดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าครับ
ภาวะเท้าแบนในระยะยาวมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอะไรอีกบ้าง

หากเป็นเยอะทิ้งไว้ไม่รักษานาน จะเกิดการผิดแนว (malalignment) ของรยางค์ส่วนล่าง ทำให้อาจเกิดภาวะข้อเสื่อม ทั้งบริเวณข้อเท้า ข้อเข่า ข้อใต้ข้อเท้า  รวมไปถึงเอ็นอักเสบ ในตำแหน่งต่างๆ ตามมาได้ครับ

บทความโดย: นพ.สิทธา เจือกิจกำจร ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเท้าและข้อเท้า

วีดีโอที่เกี่ยวข้อง

Play Video

ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์

พฤหัส, 18 ธ.ค. 2025
แท็ก
เท้าแบน ดูยังไง
เท้าแบน แก้ยังไง
เท้าแบน เกิดจากอะไร
ลักษณะ เท้าแบน
เท้า
เท้าแบน
เท้าแบน คือ
แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจและโปรโมชั่นที่เกี่ยวข้อง
  อาการปวดที่รบกวนชีวิตประจำวัน อาจจะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพกระดูกและข้อที่ต้องได้รับการดูแล อย่าปล่อยให้อาการเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่    ...
package 1800 บาท
package สิ้นสุด 30/04/2026
บทความอื่นๆ
MICA เทคโนโลยีผ่าตัดนิ้วโป้งเท้าเอียง แผลเล็ก เจ็บน้อย ช่วยให้กลับมาเดินได้ไว
MICA เทคโนโลยีผ่าตัดนิ้วโป้งเท้าเอียง แผลเล็ก เจ็บน้อย ช่วยให้กลับมาเดินได้ไว
เท้าแบน คืออะไร หากเป็นแล้วควรหยุดเล่นกีฬาหรือไม่
เท้าแบนคืออะไร หากเป็นแล้วควรหยุดเล่นกีฬาหรือไม่
รู้ไหม เมื่อปวดส้นเท้า เราเสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง
เมื่อปวดส้นเท้า เราเสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง
วิธีเลือกรองเท้าเพื่อสุขภาพให้เหมาะสม แก้ปัญหาปวดเท้า โรครองช้ำ
วิธีเลือกรองเท้าเพื่อสุขภาพ แก้ปัญหาปวดเท้า โรครองช้ำ
top line line