เห็นลูกเดินตัวเอียงแบกของหนัก ไม่ใช่แค่ต้องห่วงจะเสียบุคลิกภาพเท่านั้น แต่ยังเพิ่ม โอกาสเกิดภาวะหลังคด (Functional Scoliosis) ได้ ซึ่งถึงแม้กระดูกจะไม่บิดงอเหมือนภาวะกระดูกหลังคด (Scoliosis ) แต่ก็สามารถทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรังในอนาคตได้
ภาวะหลังคดนั้น มีสาเหตุสืบเนื่องมาจากอวัยวะภายในร่างกายไม่สมดุล เช่น ขาสองข้างยาวไม่เท่ากัน หรือจากการแบกรับน้ำหนักสิ่งของเพียงข้างใดข้างหนึ่งเป็นระยะเวลานานๆ จนเคยชิน กลายเป็นพฤติกรรมติดตัวที่ทำร้ายกล้ามเนื้อหลังไปจนถึงข้อต่อกระดูกสันหลังจากแรงกระแทกยามที่เคลื่อนไหวร่างกาย เมื่อเกิดซ้ำบ่อยครั้งเข้าจึงเกิดอาการบาดเจ็บเรื้อรัง ส่งผลให้มีอาการปวดบ่า ไหล่ หลังไปจนโตได้ kdms ฝากข้อควรระวังจากคุณหมอให้กับผู้ปกครองคอยตรวจสอบตำแหน่งของกระเป๋าเป้สะพายหลังให้ได้ระดับเหมาะสมกับสรีระของเด็กๆ และควรมีน้ำหนักไม่เกินกว่า 15% ของน้ำหนักตัวผู้สะพาย
ตำแหน่งของกระเป๋าเป้สะพายหลัง
A อยู่ระดับเดียวกับสะบัก น้ำหนักเป้ที่รั้งบริเวณต้นคอจะส่งผลให้ปวดคอได้ B อยู่ระดับเดียวกับบริเวณกระดูกสันหลังส่วนอก คือ ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด C อยู่ระดับเดียวกับบั้นเอว จะเกิดแรงกระแทกที่กระดูกบั้นเอวทำให้ปวดหลังได้ นอกจากนี้ ควรเลือกซื้อเป้ที่มีสายรัดบริเวณสะโพกหรือสายรัดบริเวณอก เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักไม่ให้กดทับตำแหน่งไหนมากเกินไป และยังช่วยให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้นด้วย หากจำเป็นต้องใช้กระเป๋าสะพายข้าง ควรคาดสายสะพายเฉียงตัดลำตัวจะดีกว่าใช้บ่าเพียงข้างเดียวรับน้ำหนักกระเป๋า รู้แบบนี้ หลังจัดกระเป๋าตามตารางเรียนแล้ว ต้องเช็คทุกเช้าก่อนลูกแบกเป้ขึ้นบ่าไปโรงเรียน หรือออกเดินทางไปทัศนศึกษาท่องเที่ยวที่ไหน ก็ต้องไม่ลืมปรับสายกระเป๋าให้ได้ระดับพอดีตัวจึงจะช่วยถนอมบ่าและหลังลูกเราไว้ได้อีกนาน ผู้เขียน:
ทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู kdmsผู้เรียบเรียง: พิมพ์สุดา วรพงศ์พิเชษฐ
วิดีโอที่เกี่ยวข้อง
Play Video ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์