หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โรคยอดฮิตที่รักษาได้ และไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

หมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับเส้นประสาท โรคยอดฮิตที่รักษาได้ และไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
highlight
  • หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดจาก หมอนรองกระดูกแตกหรือปลิ้นมากดทับเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียง ทำให้เกิดอาการปวดหลังร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรง 
  • อาการของโรค คือ ปวดหลังร้าวลงขา ที่ขาข้างใดข้างหนึ่งอาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมของขาหรือปลายเท้าร่วมด้วยได้
  • ปัจจัยเสี่ยงของหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท ได้แก่ น้ำหนักตัวที่มาก, การใช้งานที่ไม่เหมาะสม, การไอหรือจามแรงๆ รวมถึงการสูบบุหรี่จัด
  • การวินิจฉัยโรคหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติทางการแพทย์ และตรวจร่างกาย หากต้องการยืนยันโรค จะใช้การตรวจภาพภายในด้วยเครื่อง MRI
  • แนวทางการรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท มีทั้งการใช้ยา เช่น ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ การทำกายภาพบำบัด และการผ่าตัด ในกรณีที่อาการปวดยังไม่ดีขึ้น
  • ข้อแนะนำในการดูแลตนเอง ได้แก่ เลี่ยงการนั่งหรือยืนค้างท่าเดิมนานเกินไป, ปรับท่าการยกของ, จัดสรีระให้เหมาะกับการทำงาน (ergonomic) และออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบ ๆ หลังและหน้าท้องให้แข็งแรง
กระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก

Table of Contents

หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท (Herniated Disc) คืออะไร

หมอนรองกระดูก คือ ส่วนที่คั่นอยู่ในแต่ละชั้นของตัวกระดูกสันหลัง โครงสร้างหลักประกอบด้วยน้ำและคอลลาเจน มีหน้าที่รับน้ำหนักของร่างกาย เป็นตัวประคองระหว่างชั้นของกระดูกสันหลังเพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่น 

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คือ การที่หมอนรองกระดูกเกิดการแตกหรือปลิ้นมากดทับเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียง ทำให้เกิดอาการปวดหลังร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรง พบบ่อยในผู้ที่อายุ 20–50 ปี โรคนี้รักษาได้ และผู้ป่วยกว่า 80% อาการดีขึ้นภายใน 4–6 สัปดาห์โดยไม่ต้องผ่าตัด

อาการของหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

มักมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง เนื่องจากหมอนรองกระดูกมักปลิ้นออกทางด้านข้างและกดทับเส้นประสาทฝั่งนั้น อาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงของขาหรือปลายเท้าร่วมด้วยได้

อาการปวดในช่วงแรกจะค่อนข้างมาก ซึ่งเกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยคือ

  • ปริมาณการกดทับของเส้นประสาท 
  • การอักเสบจากการแตกปลิ้นของหมอนรองกระดูก 

คนไข้ประมาณ 80% ที่ทำการรักษาอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 4-6 สัปดาห์ ส่วนที่เหลืออาการอาจจะไม่ดีขึ้น เนื่องจากมีหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทมาก อาจจะต้องรักษาโดยการผ่าตัด

อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแบบไหนต้องรีบพบแพทย์

แม้อาการของผู้ป่วยบางรายอาจทุเลาได้เอง แต่หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที ได้แก่

  1. อาการปวดหลังหรือขาแย่ลงอย่างรวดเร็ว จนส่งผลต่อการเดินหรือการใช้ชีวิตประจำวัน
  2. ชาหรืออ่อนแรงที่ขา ยกเท้าไม่ขึ้น หรือเดินลากขา
  3. กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ อาจเกิดจากการกดทับเส้นประสาท บริเวณไขสันหลังส่วนล่าง (Cauda Equina Syndrome) ทำให้ปัสสาวะและถ่ายอุจจาระลำบาก
การวินิจฉัยโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับเส้นประสาท

ปัจจัยเสี่ยงของหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

1. น้ำหนักตัวมาก

เพราะยิ่งน้ำหนักตัวมาก กระดูกสันหลังก็ต้องรับน้ำหนักมากตามไปด้วย

2. การใช้งานที่ไม่เหมาะสม

เช่น ก้มหลัง ยกของหนัก เพราะท่าทางเหล่านี้เป็นการเพิ่มแรงดันที่หมอนรองกระดูกค่อนข้างเยอะ ซึ่งอาจจะเกินความทนทานที่หมอนรองกระดูกรับได้ จนกระทั่งเกิดการแตกปลิ้นออกมา

3. การนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสมต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ

พบมากในกลุ่มคนวัยทำงาน และมักจะมีโอกาสเกิดหมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับเส้นประสาทในบริเวณช่วงเอวมากที่สุด เพราะเวลาที่นั่งนานๆ กระดูกสันหลังส่วนนั้นจะรับน้ำหนักแบบเต็มๆ  

4. การไอหรือจามแรงๆ

เป็นสาเหตุหนึ่งของการเพิ่มแรงดันอย่างฉับพลันในหมอนรองกระดูก

5. คนที่สูบบุหรี่จัด

บุหรี่จะทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมก่อนวัยอันควร และทำให้หมอนรองกระดูกเกิดการแตกปลิ้นได้มากขึ้น

การวินิจฉัยโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

เมื่อเป็นโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับเส้นประสาท ทำไมมีอาการปวดร้าวลงขาข้างเดียว

โดยปกติแพทย์จะเริ่มต้นจากการซักประวัติและตรวจร่างกายก่อน ซึ่งเฉพาะสองขั้นตอนนี้ก็สามารถวินิจฉัยโรคได้เบื้องต้นแล้วว่าผู้ป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทหรือไม่

แต่เพื่อความชัดเจนมากยิ่งขึ้น แพทย์อาจจะทำการตรวจโดยเครื่องถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI (Magnetic Resonance Imaging) เพื่อให้ได้ผลยืนยันออกมาชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะการทำ MRI จะเห็นโครงสร้างของหมอนรองกระดูกสันหลังและเส้นประสาทได้ชัดเจน ทำให้สามารถบอกได้ว่ามีการกดทับเส้นประสาทที่ตำแหน่งใดมากน้อยแค่ไหน เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

แนวทางการรักษาโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท

1. รักษาด้วยการใช้ยา

การรักษาด้วยการใช้ยาจะเป็นการจ่ายยาตามโรคของผู้ป่วย เช่น ยาแก้ปวด, ยาลดการอักเสบ, ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาลดความปวดของระบบประสาท เป็นต้น 

อ่านต่อเรื่อง 3 ยาแก้ปวด เลือกใช้ยังไงให้ถูกอาการ

นอกจากยารับประทานแล้วก็ยังมีทางเลือกหนึ่งคือการฉีดยาระงับปวดลดอาการอักเสบที่เส้นประสาท วิธีนี้แพทย์จะให้ผู้ป่วยทำ MRI เพื่อหาตำแหน่งที่หมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับเส้นประสาทอยู่ จากนั้นจะฉีดยาเข้าไปในบริเวณใกล้กับเส้นประสาทที่โดนหมอนรองกระดูกกดทับ โดยใช้เครื่อง X-Ray เป็นตัวบอกตำแหน่ง เพื่อลดอาการปวดและอักเสบของเส้นประสาท 

2. รักษาโดยไม่ใช้ยา

  • กายภาพบำบัด เช่น การนวด อัลตราซาวด์ การใช้เลเซอร์ รวมไปถึงการทำช็อกเวฟเพื่อคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวด นอกจากนี้ยังมีท่ากายบริหารยืดเหยียดและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วย แพทย์จะวิเคราะห์จากการซักประวัติว่าผู้ป่วยมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องอย่างไรบ้าง และควรแก้ไขอย่างไร

3. รักษาด้วยการผ่าตัด

วิธีนี้จะเกิดขึ้นในกรณีของผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาในสองรูปแบบข้างต้นมาแล้วอาการปวดยังไม่ดีขึ้น ซึ่งรูปแบบการผ่าตัดสำหรับโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท จะมีดังต่อไปนี้

1. การผ่าตัดหมอนรองกระดูกแบบเปิดแผล (Open discectomy)

เป็นวิธีการผ่าตัดแบบเริ่มแรกตั้งแต่สมัยก่อน โดยจะเป็นการเปิดแผลในบริเวณที่หมอนรองกระดูกถูกกดทับในความกว้างประมาณ 7-8 เซนติเมตร เพื่อที่จะนำหมอนรองกระดูกที่ถูกกดทับอยู่ออกไป

2. การผ่าตัดโดยหมอนรองกระดูกโดยใช้กล้องกำลังขยายสูง (Microscopic discectomy)

วิธีนี้จะช่วยให้แผลผ่าตัดเล็กลงเหลือเพียง 2-3 เซนติเมตร โดยแพทย์จะมีตัวช่วยเป็นกล้อง Microscope ที่มีกำลังขยายมากกว่าปกติ 20-100 เท่า ซึ่งจะทำให้เห็นรายละเอียดของเส้นประสาทอย่างชัดเจนมาก โดยไม่จำเป็นเปิดแผลกว้างเหมือนการผ่าตัดแบบปกติ 

3. การผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้อง Endoscope (Endoscopic discectomy)

การผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้อง Endoscope เป็นการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง Endoscope โดยแพทย์จะทำการเจาะรูสอดท่อขนาดเล็ก และสอดอุปกรณ์เข้าไปเพื่อทำการผ่าตัดหมอนรองกระดูกออกมา ซึ่งวิธีนี้จะทำให้แผลจากการผ่าตัดมีขนาดเล็กมากเพียง 8 มิลลิเมตรเท่านั้น 

การพัฒนาวิธีการผ่าตัดที่ทำให้แผลเล็กลงนั้น นอกจากแผลที่เราเห็นจากภายนอกจะเล็กลงแล้ว ข้อดีอื่นๆ ที่สำคัญกว่าขนาดแผลคือ กล้ามเนื้อหลัง กระดูกสันหลังส่วนที่ดีอยู่ก็จะบาดเจ็บจากการผ่าตัดลดลง ทำให้เสียเลือดน้อยลง ความเจ็บหลังผ่าตัดน้อยกว่าวิธีปกติ กลับมาลุกยืนเดินได้ทันทีหลังผ่าตัดในวันแรก ทำให้เวลาที่ใช้ในการฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังผ่าตัดน้อยลง ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว

การผ่าตัดส่องกล้อง Endoscope ที่ kdms ดีอย่างไร?

เทคโนโลยีส่องกล้องผ่าตัดกระดูกสันหลัง “แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว”

ข้อแนะนำในการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

  1. หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนค้างท่าเดิมนานเกิน 30–60 นาที
  2. การยกของ ให้ใช้แรงจากขาในการยก ไม่ใช้หลัง และให้ถือของชิดตัวเสมอ
  3. จัดสรีระให้เหมาะกับการทำงาน (ergonomic) เช่น ใช้หมอนรองหลังขณะนั่ง และตั้งจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ระดับสายตาเพื่อป้องกันการห่อไหล่หรือก้มตัว
  4. ออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบ ๆ หลังและหน้าท้องให้แข็งแรง

Q&A

หลังการผ่าตัดรักษาโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน

  • หลังจากผู้ป่วยทำการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว อาการปวดร้าวลงขาจะดีขึ้นทันที ส่วนอาการชาหรืออ่อนแรงจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
  • 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด ผู้ป่วยจะเริ่มกลับไปทำกิจกรรมเบาๆ ได้ เช่น นั่งทำงาน ขับรถ เดินยืนระยะไกลๆ ได้ แต่ยังต้องหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือการก้มเงยหลังมากๆ ไปก่อน
  • 6-8 สัปดาห์หลังผ่าตัด สามารถใช้งานแบบเต็มรูปแบบ ทั้งการทำงานปกติและออกกำลังกาย

จากการศึกษาพบว่ามีโอกาสเป็นซ้ำได้อีกหลังผ่าตัด 10-15% ทั้งนี้ เราสามารถลดความเสี่ยงของโอกาสที่จะเป็นซ้ำได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้งานหลังที่ไม่ถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็น

  • การก้มหลัง 
  • ยกของหนักๆ 
  • การสูบบุหรี่ 
  • และต้องพยายามควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากจนเกินไป เพื่อลดแรงดันที่จะเกิดขึ้นกับหมอนรองกระดูก

จริงๆ แล้วในทุกๆ การเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะนั่ง เดิน ยืน หรือนอน กระดูกสันหลังที่เป็นแกนกลางของร่างกายกำลังทำหน้าที่รับน้ำหนักของเราอยู่ตลอดเวลา นั่นหมายความว่าถ้าเราทำกิจวัตรประจำวันในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง กระดูกสันหลังก็จะทำงานมากขึ้น จนอาจก่อให้เกิดอาการปวดหลังตามมา

เคยมีผลการศึกษาออกมาแล้วว่าท่าทางต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเราส่งผลต่อการรับน้ำหนักของกระดูกสันหลังแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ซึ่งพบว่าหากเรายืนหลังตรงปกติ กระดูกสันหลังจะรับน้ำหนักเต็มๆ ที่ 100% อยู่แล้ว แต่หากอยู่ในท่านั่ง กระดูกสันหลังจะรับน้ำหนักมากขึ้นไปอีกที่ 140-185% นั่นเป็นเพราะน้ำหนักทั้งตัวไม่ได้ถูกแบ่งเบาไปที่ร่างกายท่อนล่าง แต่มากองรวมกันอยู่ที่ช่วงเอว ยิ่งถ้านั่งพร้อมกับยกของไปด้วย การรับน้ำหนักจะทวีคูณขึ้นไปที่ 275% เลยทีเดียว เมื่อกระดูกสันหลังรับน้ำหนักมาก แน่นอนว่าหมอนรองกระดูกต้องได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน

ฉะนั้นท่าทางที่ถูกต้องในการที่จะช่วยลดภาระให้การรับน้ำหนักของกระดูกสันหลัง คือการยืน เดิน นั่ง โดยพยายามให้หลังอยู่ในแนวตรงอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการยกของหนักโดยไม่จำเป็น เพื่อเป็นการลดแรงดันที่จะเกิดกับหมอนรองกระดูกของเรานั่นเอง

บทความโดย นพ.จิรชัย พิสุทธิ์เบญญา ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง

ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์

วิดีโอที่เกี่ยวข้อง

Play Video
พฤหัส, 24 ก.ค. 2025
แท็ก
หมอนรองกระดูก
หมอนรองกระดูกปลิ้น
กระดูกสันหลัง
หมอนรองกระดูกปลิ้น อาการ
หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น
หมอนรองกระดูกปลิ้น กายภาพ
แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจและโปรโมชั่นที่เกี่ยวข้อง
  อาการปวดที่รบกวนชีวิตประจำวัน อาจจะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพกระดูกและข้อที่ต้องได้รับการดูแล อย่าปล่อยให้อาการเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่  ...
package 2,650 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2026
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทด้วยเทคนิคการกล้อง Endoscope แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว โดยทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง...
package 346,500 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2026
การผ่าตัดเชื่อมกระดูกสันหลังส่วนเอวแบบแผลเล็ก ด้วยเทคนิคการส่องกล้อง Microscope เพื่อรักษาอาการหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท โดยทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง...
package 416,000 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2026
บทความอื่นๆ
ผ่าตัดหมอนรองกระดูก ทับเส้นประสาท
ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทางเลือกคืนคุณภาพชีวิต ลดปวด ฟื้นตัวไว
ผ่าตัดกระดูกสันหลัง เพื่อคืนชีวิตใหม่ให้คนปวดหลัง
ผ่าตัดกระดูกสันหลัง เพื่อคืนชีวิตใหม่ให้คนปวดหลัง
ปวดหลังแบบไหนอันตราย เช็ก 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรรีบรักษา
ปวดหลังแบบไหนอันตราย เช็ก 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรรีบรักษา
ฉีดซีเมนต์กระดูกสันหลัง วิธีรักษากระดูกสันหลังหัก
top line line