บทความ /

การผ่าตัดรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม และการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

เมื่อพูดถึงการผ่าตัดรักษาอาการข้อเข่าเสื่อม จริงๆ แล้วไม่ได้มีแต่การผ่าตัดเพื่อใส่ข้อเทียมเพียงอย่างเดียว วงการแพทย์ได้พยายามใช้เทคนิคการผ่าตัดต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคนี้มาเป็นระยะเวลาหลายสิบปีแล้ว 

และก็ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนี้ ข้อมูลรวมถึงผลลัพธ์จากการผ่าตัดเทคนิคต่างๆ ได้พิสูจน์แล้วว่า ‘การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม’ หรือ ‘Knee replacement surgery’ เป็นการผ่าตัดรักษาที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับ คนไข้โรคข้อเข่าเสื่อมระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยจะช่วยแก้ไขอาการปวดเข่าจากความเสื่อม แก้ไขมุมขาที่ผิดรูป ช่วยเพิ่มคุณภาพการใช้งานเข่า และเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไข้ได้เป็นอย่างดี 

ในบทความนี้จะอธิบายการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ทั้งการผ่าตัดโดยไม่เปลี่ยนข้อเข่าเทียม และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เพื่อให้เรามีความเข้าใจ และเลือกสิ่งที่สบายใจที่สุดกับตัวเอง ไปพร้อมๆ กับคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทางโดยตรง

สำรวจตัวเอง อาการชี้วัดแบบไหนที่ควรผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม 

โรคข้อเข่าเสื่อม แต่ละคนมีอาการแตกต่างกันไป บางคนเป็นมากขณะที่บางคนเป็นน้อย ในวันนี้เราจะมาโฟกัสเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีอาการมากแล้ว ควรจะสังเกตอย่างไร ควรจะไปหาคุณหมอหรือยัง และเมื่อไหร่ที่มีโอกาสต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

เมื่อไหร่ที่ถึงเวลาควรพิจารณาผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม? คำถามนี้ตอบได้ด้วยหลักเกณฑ์ประกอบด้วย 4 อาการ ก็คือ ปวดเวลาเดินลงน้ำหนัก, ความโก่งของเข่าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ, มีความหลวมหรือความแอ่นของข้อเข่า และข้อเข่าเหยียดไม่สุด หรืองอได้น้อยลง

ปวดเวลาเดินลงน้ำหนัก 

คนที่มีอาการของโรคข้อเข่าเสื่อม หรือรู้ตัวอยู่แล้วว่ามีแนวโน้มจะต้องผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม สามารถสังเกตอาการของตัวเองได้ โดยดูความเจ็บปวดของข้อเข่าระหว่างที่เดินลงน้ำหนัก ถ้าหากเคยเดินได้ระยะไกลๆ แต่ปัจจุบันกลับเดินได้แค่ในระยะใกล้ๆ และมีอาการปวดเข่าที่มากขึ้น ก็เป็นสัญญาณของอาการที่รุนแรงขึ้น

ซึ่งอาการปวดของแต่ละคนนั้น ขึ้นอยู่กับความอดทนที่ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นตัวคนไข้เองจะต้องเป็นคนประเมินว่าอาการเจ็บปวดหัวเข่าระดับไหนที่มากจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อที่จะปรึกษาแพทย์และเตรียมพร้อมสู่การผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม

ความโก่งของเข่าที่เพิ่มมากขึ้น 

ความโก่งของเข่าที่เพิ่มมากขึ้น ในบางกรณีเป็นปัญหามาตั้งแต่เด็กๆ โดยไม่ได้มีความผิดปกติอะไร แต่ในกรณีขาโก่งจากข้อเข่าเสื่อมสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ ด้วยการยืนอยู่หน้ากระจก วางส้นเท้าชิดติดกันเพื่อดูว่าเข่าของเราโก่งมากน้อยขนาดไหน ถ้าสังเกตุเห็นว่ามีความโก่งมากขึ้นจากเดิม นับว่าเป็นสัญญาณอันตราย 

มีความหลวมหรือความแอ่นของข้อเข่า 

การสังเกตความหลวมหรือความแอ่นของเข่า ค่อนข้างสังเกตยาก แต่นับว่าเป็นอาการที่สำคัญสำหรับแพทย์ในการวินิจฉัยว่าควรผ่าตัดข้อเข่าเสื่อมหรือไม่ เพราะความหลวมหรือความแอ่น มีความสัมพันธ์กับความโก่งของเข่าร่วมด้วย 

สำหรับบางคนที่เข่าโก่งแต่เมื่อเดินลงน้ำหนักแล้วเข่าไม่โก่งเพิ่มขึ้น แสดงว่าโก่งแต่ไม่หลวม จะไม่ค่อยอันตราย แต่สำหรับบางคนที่เข่าโก่งและยังมีความหลวมหรือความแอ่นของเข่าร่วมด้วย บ่งบอกถึงความไม่สมดุลของข้อเข่าซึ่งมักจะโก่งมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ลองตรวจด้วยตัวเองโดยให้ยืนหน้ากระจกจะเห็นว่าขาเราโก่งปกติ จากนั้นให้ลองยืนขาเดียว อาจจะหาอะไรเกาะทรงตัวไว้ แล้วสังเกต ถ้าขาโก่งเท่าเดิม ความมั่นคงยังเหมือนเดิมก็จะไม่ค่อยอันตราย แต่ถ้าหากยืนขาเดียวแล้วขาโก่งและแอ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดี ยากที่จะแก้ไขให้หายถ้าไม่ผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม

ข้อเข่าเหยียดไม่สุด หรืองอได้น้อยลง 

อาการลำดับสุดท้ายก็คือข้อเข่าเหยียดได้ไม่สุด ถ้าปวดเข่ามาก เวลาเหยียดเข่ามักจะมีกระดูกมาขัดด้านหน้าเข่า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก ยิ่งถ้าหากงอเข่าได้น้อยลงเรื่อยๆ หรือถ้างอเข่าได้น้อยกว่า 90 องศาถือว่าเป็นสัญญาณที่อันตราย ควรพบแพทย์เพื่อพิจารณาการผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม

สำหรับ Kdms แพทย์จะรักษาด้วยการ ‘ไม่ผ่าตัด’ เป็นลำดับแรก ด้วยแนวทางการรักษาแบบประคับประคอง เช่น การกินยา กายภาพบำบัด ออกกำลังกาย ในระยะ 3-6 เดือน ถ้าหากอาการยังไม่ดีขึ้น ยังกลับไปใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ ให้นับว่ามีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดมากขึ้น 

อาการปวด, เข่าที่โก่ง, ความหลวมความแอ่นของเข่า และหัวเข่าที่เหยียดงอได้น้อยลงเรื่อยๆ คืออาการสำคัญที่เป็นตัวชี้วัดความจำเป็นในการผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยประกอบกับเอกซเรย์ เพื่อดูว่าข้อเข่าเสื่อมขนาดไหน มีกระดูกงอกขนาดไหน ผิวข้อของหายไปหรือยัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้ยืนยันความเสื่อมของข้อเข่าที่ชัดเจน และใช้ประกอบการวางแผนการรักษาและการผ่าตัดข้อเข่าในลำดับต่อไป

การผ่าตัดรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมโดยไม่ต้องเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

เทคนิคการผ่าตัดลดอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมวิธีที่ได้ผลดี โดยที่ยังไม่ต้องเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ส่วนใหญ่แล้วเหมาะสำหรับคนไข้ที่อายุยังน้อย หรืออายุตำ่กว่า 60 ปี หลังผ่าตัดสามารถกลับไปใช้งานข้อเข่าได้เป็นปกติในระยะเวลาสั้น (ประมาณ 3 เดือน) ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดแบบข้างเดียว หรือการผ่าตัดพร้อมกันทั้งสองข้าง

1) การผ่าตัดปรับมุมการรับน้ำหนักของข้อเข่า 

เนื่องจากข้อเข่าในแต่ละข้างของมนุษย์เรามี 2 ซีก คือซีกด้านในและซีกด้านนอก โดยปกติเข่าที่ไม่มีความเสื่อมจะรับน้ำหนักตัวที่ผ่านลงมาโดยเข่าทั้งสองซีกเท่าๆ กัน แต่เข่าของผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อมจะเริ่มมีความเสื่อมในซีกใดซีกหนึ่งก่อน ส่วนใหญ่แล้วเป็นซีกด้านใน (Medial) ของเข่า 

โดยหลักการของเทคนิคนี้คือ การปรับแนวการรับน้ำหนักของข้อเข่าจากซีกเข่าที่มีความเสื่อม ให้น้ำหนักไปลงซีกเข่าที่ปกติแทน ความเสื่อมของผิวข้อยังอยู่ตำแหน่งเดิม แต่น้ำหนักร่างกายจะไม่ลงมากดทับในตำแหน่งที่เสื่อมอีก ช่วยลดอาการปวดได้ดี ซึ่งการที่จะเปลี่ยนมุมของขาได้ เทคนิคการผ่าตัดต้องมีการตัดกระดูก ส่วนใหญ่มักเป็นกระดูกหน้าแข้ง และมีการปรับมุมของกระดูก จากนั้นต้องมีการใส่เหล็กดามยึดกระดูกที่ถูกตัดนั้น 

ข้อดี – การผ่าตัดโดยการตัดเปลี่ยนมุมกระดูก ข้อดีของวิธีนี้คือ ไม่มีการใส่ข้อเทียมซึ่งมีอายุการใช้งานจำกัดที่ระเวลาหนึ่งเข้าไปในร่างกาย จึงเหมาะสมในผู้ป่วยอายุน้อย (อายุต่ำกว่า 60 ปี) ที่ยังต้องการใช้งานเข่ามากๆ อยู่

ข้อเสีย – ส่วนข้อเสียของการผ่าตัดปรับมุมการรับน้ำหนัก ผลของการรักษาด้อยกว่าวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

2) การส่องกล้องเพื่อล้างข้อเข่าและตบแต่งร่องรอยความเสื่อมในข้อเข่า 

ปัจจุบันวิธีนี้มีความนิยมน้อยลงมาก เนื่องจากการผ่าตัดวิธีนี้ช่วยให้อาการปวดดีขึ้นเพียงเล็กน้อยและชั่วคราว ทั้งยังมีข้อจำกัดมาก เนื่องจากการส่องกล้องผ่าตัดไม่สามารถแก้ไขความโก่งงอ ผิดรูปของข้อเข่าได้ และหากข้อเข่ามีความเสื่อมสึกหรอมาก การส่องกล้องไปล้างหรือกรอกระดูกก็ไม่สามารถช่วยแก้ไขความผิดปกติของข้อเข่าในระดับนี้ได้ 

ในปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้องเทคนิคนี้ จึงมักจะทำร่วมกับการผ่าตัดปรับมุมกะดูก หรือทำในคนอายุน้อย ที่มีการบาดเจ็บของกระดูกอ่อนขนาดเล็ก และรอยโรคเฉพาะที่เท่านั้น ไม่เหมาะกับโรคข้อเข่าเสื่อมที่มีการเสียหายของกระดูกเป็นวงกว้าง รุนแรง หรือมีรอยโรคหลายตำแหน่ง

ข้อดี – แผลมีขนาดเล็ก เพราะผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง ใช้เวลาพักหลังผ่าตัดน้อย

ข้อเสีย – การล้างข้อเข่าและตบแต่งร่องรอยความเสื่อม ช่วยแก้ไขอาการได้ในระยะเวลาหนึ่ง เมื่อข้อเข่าเสื่อมจนกระดูกเสียหายมากขึ้น คนไข้จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอีกครั้ง 

Knee-Ostoearthritis

การผ่าตัดรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม คือการผ่าตัดเพื่อนำกระดูกผิวข้อเข่าที่มีโรคความเสื่อมออก และทดแทนโดยการใส่อุปกรณ์ข้อเข่าเทียม ซึ่งจะช่วยลดอาการปวด แก้ไขการผิดรูปของข้อเข่าได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบันวงการแพทย์ยอมรับกันว่าการผ่าตัดข้อเข่าเทียมถือเป็นการผ่าตัดที่ช่วยแก้ไขอาการเจ็บปวด ติดขัด ขาโก่งผิดรูปที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระดับปานกลางถึงรุนแรงได้ดีที่สุด และพบว่าสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดให้ดีขึ้นกว่าก่อนผ่าตัดอย่างชัดเจน

และด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันได้มีการพัฒนาข้อเข่าเทียมไปอย่างมาก ทั้งรูปแบบของข้อเทียม วัสดุที่ใช้ทำข้อเทียม และเครื่องมือช่วยผ่าตัด เช่น หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Surgery) โดยเฉพาะความปลอดภัยของข้อเข่าเทียมต่อร่างกาย ซึ่งอุปกรณ์ทุกชิ้นผ่านการรับรองมาตรฐานสากล 

ข้อเข่าเทียมนั้นจะใช้วัสดุทำมาจากโลหะผสมไทเทเนียม (titanium) และโคบอลต์โครเมียม (cobalt chromium) ส่วนตรงกลางที่รองรับการเคลื่อนไหวของข้อเทียม เป็นวัสดุที่ทำมาจากพลาสติกโพลีเอทีลีน (polyethylene) ซึ่งล้วนแต่เป็นอุปกรณ์ที่ปลอดภัยต่อร่างกาย และมีอายุการใช้งานยาวนานมาก กว่าที่อุปกรณ์จะสึกหรอ (ขึ้นกับศัลยแพทย์ เทคนิคความแม่นยำในการผ่าตัด สภาพร่างกายของคนไข้ และสภาพการใช้งานข้อเข่าของแต่ละคน)

ในปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 

1. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ (Total knee replacement)

  • การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าทุกส่วนของข้อ ทดแทนผิวกระดูกอ่อนที่มีความเสื่อมหรือมีรอยโรคทั้งหมด 
  • ข้อเทียมที่นำมาใส่จะมีขนาดเท่ากับข้อเข่าโดยธรรมชาติของผู้ป่วย 
  • เป็นการผ่าตัดมาตรฐานที่เหมาะกับคนไข้ที่ผิวข้อเสียหายมากหลายตำแหน่ง, มีเข่าโก่งผิดรูปอย่างชัดเจน หรือมีการเสียความมั่นคงของเส้นเอ็นยึดข้อเข่า โดยเฉพาะเอ็นไขว้หน้าเข่าร่วมด้วย 
  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ จะแก้ไขได้ทุกความผิดปกติของข้อเข่า 
  • หลังจากทำการผ่าตัดชนิดนี้ ข้อเข่าที่ผิดรูปโก่งงอจะกลับมาตรงตามแนวแกนการลงน้ำหนักทันที ไม่มีความกังวลเรื่องอาจมีความเสื่อมของข้อเข่าส่วนที่เหลือในอนาคตอีกต่อไป 
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ (Total knee replacement)

2. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเฉพาะส่วน (Partial knee replacement) 

  • ผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม โดยมีความสึกกร่อนของกระดูกอ่อนผิวข้อ จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณบางส่วนของผิวข้อ 
  • ความเสียหาย หรือความเสื่อมของข้อเข่า มักจะเริ่มต้นเกิดกับฝั่งด้านในของข้อเข่าเป็นส่วนใหญ่ (อาจมีผู้ป่วยส่วนน้อยที่มีลักษณะขาโก่งเข้าด้านใน ซึ่งมีความเสื่อมที่ผิวกระดูกด้านนอกข้อเข่าก่อน)
  • ผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงสามารถเลือกทำการผ่าตัดแบบเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเฉพาะส่วนได้ 
  • ข้อเข่าเทียมแบบเฉพาะส่วนนี้จะมีขนาดเล็ก ขนาดไม่ถึงครึ่งหนึ่งข้อเข่าธรรมชาติ 
  • ข้อดีของการผ่าตัดรูปแบบนี้คือ การบาดเจ็บของเนื่อเยื่อที่ถูกผ่าตัดน้อยกว่าแบบการผ่าตัดเปลี่ยนทั้งข้อเข่า, ขนาดแผลเล็กกว่า, เสียเลือดน้อยกว่า, เจ็บปวดน้อยกว่า, ฟื้นตัวกลับมาใช้ชีวิตประจำวันรวมถึงเล่นกีฬาได้เร็วกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนทั้งข้อเข่า 
  • หากสามารถผ่าตัดได้อย่างแม่นยำในผู้ป่วยที่เหมาะสมแล้ว จะมีอายุการใช้งานของข้อเทียมได้นาน ไม่แตกต่างจากการผ่าตัดแบบทั้งข้อได้เช่นกัน
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเฉพาะส่วน (Partial knee replacement) 

สำหรับคำถามที่มักมีข้อสงสัยกันมากก็คือ หากผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเฉพาะส่วนแล้ว บริเวณที่ไม่ได้เปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะเกิดความเสื่อมจนต้องมาผ่าตัดอีกครั้งหรือไม่? 

ซึ่งข้อมูลจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเฉพาะส่วนในปัจจุบันพบว่า เข่าซีกที่ไม่ได้เปลี่ยนข้อเข่าเทียม เมื่อเวลาผ่านไป 20 ปี มีคนไข้เพียง 5 คนจาก 100 คนที่มีความเสื่อมเกิดขึ้น ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์โอกาสที่น้อยมาก หรือราว 5% เท่านั้น

การเลือกใช้ข้อเข่าเทียม

KDMS เลือกใช้ ‘ข้อเข่าเทียม’ ให้คนไข้อย่างไร

วัสดุที่บริษัทต่างๆ เลือกใช้ในการผลิตข้อเข่าเทียมในปัจจุบันนี้ ต้องเรียกว่ามีความคล้ายคลึงกันในทุกบริษัท ดังนั้นปัจจัยที่ศัลยแพทย์จะเลือกใช้ข้อเข่าเทียมในการผ่าตัดจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิต แต่จะคำนึงถึงความชำนาญ ประสบการณ์การใช้งาน การออกแบบของข้อเทียม และเทคโนโลยีช่วยในการวางตำแหน่งข้อเทียมแบบต่างๆ 

โดยเฉพาะที่ KDMS ทีมศัลยแพทย์ของเราพิถีพิถันในการเลือกข้อเทียมให้กับคนไข้อย่างมาก เพื่อให้คนไข้ของเราได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม  

ข้อเข่าเทียม มีน้ำหนักเท่าไหร่ ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแล้วน้ำหนักขึ้นเยอะไหม

ข้อเข่าเทียม ประกอบไปด้วยชิ้นส่วน 2 ส่วน ส่วนที่เป็นโลหะ มีจำนวน 2 ชิ้น (ฝั่งทางด้านกระดูกต้นขา และฝั่งทางด้านกระดูกหน้าแข้ง) และส่วนที่เป็นพลาสติก อยู่ตรงกลางระหว่างโลหะทั้งสองฝั่ง

  • น้ำหนักของข้อเข่าเทียมขึ้นอยู่กับขนาดเข่าของร่างกาย 
  • ข้อเข่าที่มีขนาดใหญ่ก็ถูกทดแทนด้วยข้อเข่าเทียมที่มีขนาดใหญ่ไปด้วย  
  • น้ำหนักของข้อเข่าเทียมมีค่าเฉลี่ยประมาณ 509 กรัมในเพศชาย และ ประมาณ 345 กรัมในเพศหญิง 

จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดข้อเข่าเทียม ไม่ได้ทำให้น้ำหนักตัวของคนไข้เพิ่มมากขึ้น เพราะอย่าลืมว่า การผ่าตัดต้องมีการตัดส่วนของกระดูกและเนื้อเยื่อในข้อเข่าบางส่วนออกด้วย เมื่อหักลบกับน้ำหนักข้อเทียมแล้ว แม้จะผ่าตัดพร้อมกันทั้งสองข้างน้ำหนักก็อาจจะเพิ่มเข้ามาประมาณไม่ถึงครึ่งกิโลกรัมเท่านั้นเอง 

โดยสรุป การผ่าตัดรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ทั้งแบบไม่ต้องเปลี่ยนข้อเข่าเทียม หรือแบบเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ต่างมีผลลัพธ์ของการรักษาและการแก้ไขปัญหาอาการข้อเข่าเสื่อมได้ดีเยี่ยม 

ซึ่งหัวใจสำคัญของ KDMS คือการตรวจประเมินคนไข้ของเราอย่างละเอียด ทั้งยังนำความต้องการและเป้าหมายการผ่าตัดของคนไข้มาประกอบในการพิจารณาแนะนำรูปแบบการผ่าตัดรักษาที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยสร้างผลสำเร็จในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมให้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

คำถามที่พบบ่อยเมื่อต้องผ่าตัดข้อเข่าเสื่อมด้วยการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

Q: อะไรคือข้อห้ามในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

ข้อห้ามในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอาจต้องวินิจฉัยเพิ่มเติมกับศัลยแพทย์ เกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ แต่โดยหลักๆ แล้วข้อห้ามที่พึงระวังคือ
การติดเชื้อในข้อเข่าที่เพิ่งหาย น้อยกว่า 6 เดือน หรือยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการติดเชื้อในข้อเข่าได้หมดไปแล้ว
ผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง ลีบ หรือไม่ทำงานเนื่องด้วยสาเหตุใดก็ตาม

Q: ‘ข้อเข่าเทียม’ ทำมาจากอะไร

เป็นธรรมดาที่เราต้องมีข้อสงสัย เมื่อต้องมีการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเข้ามาไว้ในร่างกาย KDMS เข้าใจความกังวลนี้จึงจะขอนำเสนอรายละเอียดของ ‘ข้อเข่าเทียม’ เพื่อช่วยคลายข้อสงสัย และมั่นใจในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้เต็มร้อย
ข้อเข่าเทียมที่ใช้ในการผ่าตัดปัจจุบันมีหลากหลายบริษัท ซึ่งทุกแบรนด์ทุกประเทศผู้ผลิตจะมีรูปแบบเหมือนกัน ประกอบด้วยสองส่วนหลักๆ คือส่วนที่เป็นโลหะสังเคราะห์ และส่วนที่เป็นพลาสติกพิเศษ

ข้อเข่าเทียมส่วนที่เป็นโลหะสังเคราะห์ 
◌ ข้อเข่าเทียมส่วนที่เป็นโลหะจะถูกครอบฝังไปที่กระดูกบริเวณหัวเข่าคนไข้สองฝั่ง 
◌ ผลิตจาก ไทเทเนียม หรือโคบอลต์-โครเมียม ซึ่งเป็นโลหะผสมที่มีคุณสมบัติทนทาน พื้นผิวเรียบลื่น 
◌ สามารถฝังติดกับผิวกระดูกตามธรรมชาติของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี 
◌ สำหรับผลิตภัณฑ์บางแบรนด์ อาจปรับให้พื้นผิวโลหะมีความทนทาน เรียบลื่นมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำไปเคลือบสารต่างๆ หรือผ่านกรรมวิธีที่ทำให้โลหะมีพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงไป 

พลาสติกพิเศษที่ใช้ระหว่างผิวโลหะสังเคราะห์
◌ วัสดุพลาสติกพิเศษจะใช้อยู่ระหว่างผิวโลหะทั้งสองฝั่ง 
◌ ผลิตจากสารโพลีเอธิลีนโมเลกุลสูง (ultra high molecular weight polyethylene) 
◌ มีคุณสมบัติทานต่อการขีดข่วน และรองรับน้ำหนักระหว่างการใช้งานได้ดี 

จันทร์, 28 มิ.ย. 2021
แท็ก
ข้อเข่าเสื่อม
ข้อเข่าเทียม
ผ่าตัดข้อเข่า
บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ
ไม่ต้องเป็นนักกีฬา ก็ใช้เวชศาสตร์การกีฬารักษาอาการบาดเจ็บได้
บุคลิกภาพดีด้วย “พิลาทีส” แถมบรรเทาออฟฟิตซินโดรม
กลูโคซามีน คอนดรอยติน คอลลาเจน กับการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
อันตรายหรือไม่ ! ขยับท่าไหนก็มีเสียงกระดูกลั่น
top line