Skip to content

ข้อเข่าเทียมมีกี่แบบ เลือกอย่างไร ให้เหมาะสมกับปัญหาข้อเข่าเสื่อม

ข้อเข่าและสะโพก 16 ก.ย. 2025

Highlight

  • สาเหตุของโรคข้อเสื่อม มาจากกระดูกอ่อนสึกหรอ กระดูกผิดรูป ทำให้ข้อไม่สามารถกระจายแรงได้ดี ผู้ป่วยมักปวดข้อและขยับลำบาก
  • ข้อเข่าเทียม เป็นทางเลือกการรักษาข้อเข่าเสื่อม เพื่อลดอาการปวดและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติที่สุด
  • ข้อเข่าเทียมทำจากโลหะอัลลอยด์และแผ่นรอง Polyethylene โดยมีทั้งแบบเคลื่อนไหวได้ และไม่ได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด
  • ข้อเข่าเทียมมีกี่แบบ สำหรับข้อเข่าเทียม มี 2 แบบหลัก คือ TKA (Total Knee Arthroplasty) เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด  เหมาะกับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมรุนแรง หรือรักษาแบบอื่นไม่ดีขึ้น และ UKA (Unicompartmental Knee Arthroplasty) ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน เหมาะกับผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสียไม่ทั้งหมด ฟื้นตัวเร็ว แผลเล็ก เคลื่อนไหวใกล้เคียงธรรมชาติ
  • การฟื้นฟูหลังผ่าตัด TKA ฟื้นตัวช้ากว่า มีอาการเจ็บ ตึง 3-6 เดือนแรก ใช้งานได้เต็มที่ใน 1-2 ปี ส่วน UKA ฟื้นตัวเร็วกว่าประมาณ 6 สัปดาห์ ก็กลับมาใช้งานได้ดี
  • อายุการใช้งานข้อเข่าเทียมในส่วนของ TKA ใช้ได้ประมาณ 15-20 ปี และ UKA ใช้ได้ยาวนานกว่า 50 ปี (ขึ้นอยู่กับการใช้งานและดูแล)
  • สำหรับ kdms Hospital มีแพทย์ชำนาญการด้านกระดูกและข้อ รวมถึงกล้ามเนื้อที่สามารถทำการผ่าตัดข้อเข่าเทียมทั้งแบบ TKA  และ UKA อีกทั้งยังติดตามอาการจนกว่าผู้ป่วยจะกลับไปใช้ชีวิตได้ดีดังเดิม

การผ่าตัดข้อเข่าเทียม มีกี่แบบ คำถามนี้เป็นอีกคำถามยอดฮิต และการผ่าตัดข้อเข่าเทียมก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา มีจุดประสงค์เพื่อลดความเจ็บปวดบริเวณข้อเข่าของคนไข้ ช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างดี ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด โดยหมอจะพิจารณาผ่าตัดข้อเข่าเทียมหลังจากที่การรักษาแบบอนุรักษ์นิยม ที่มีตั้งแต่การลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย เพื่อสร้างกล้ามเนื้อต้นขา รวมไปถึงการรับประทานยาแก้ปวดที่ไม่สามารถทำให้คนไข้กลับมาใช้งานดีดังเดิมได้ ทั้งนี้การรักษาแบบอนุรักษ์นิยม หรือแบบไม่ผ่าตัด ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของคนไข้แต่ละคนเช่นกัน บทความนี้จะพาไปดูว่าข้อเข่าเทียมมีกี่แบบ การผ่าแบบ TKA และ UKA คืออะไร เหมาะกับใคร ควรเลือกแบบไหนดี

อาการของโรคข้อเข่าเสื่อมเป็นอย่างไร

อาการของโรคข้อเข่าเสื่อมเป็นอย่างไร ข้อเข่าเสื่อม

ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการที่กระดูกผิดรูป กระดูกอ่อนสึกหรอ และทำลาย ทำให้กลไกของข้อเข่าเสีย ไม่สามารถกระจายแรงที่รับน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระดูกข้อเข่าบางส่วนจึงต้องรับน้ำหนักเยอะกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการข้อเข่าเสื่อมตามมาได้ คนไข้จะรู้สึกเจ็บบริเวณข้อเข่า และเกิดเสียงดังในข้อเข่าเมื่อยืนหรือนั่ง มักเกิดกับคนไข้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป รักษาได้ด้วยการลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย เพื่อสร้างกล้ามเนื้อต้นขา รวมไปถึงการรับประทานยาแก้ปวด แต่ถ้าหากไม่ดีขึ้น หมอจะแนะนำให้ ผ่าตัดรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม และเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

ข้อเข่าเทียมมีกี่แบบข้อเข่าเทียมทำมาจากอะไร

ข้อเข่าเทียมทำมาจากอะไร

อุปกรณ์ข้อเข่าเทียม ทำมาจากวัสดุเดียวกันคือ โลหะอัลลอยด์ และแผ่นรอง Polyethylene ที่กั้นระหว่างโลหะ แต่จะมีดีไซน์ที่แตกต่างกัน โดยดีไซน์ของข้อเข่าเทียมมีกี่แบบ ดังนี้

  • ข้อเข่าเทียมสำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (TKA) จะเป็นแผ่นรองแบบเคลื่อนไหวไม่ได้
  • ดีไซน์สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) จะมีทั้งแผ่นรองที่เคลื่อนไหวได้  และแผ่นรองแบบเคลื่อนไหวไม่ได้

ข้อเข่าเทียมมีกี่แบบ

ข้อเข่าเทียมมีกี่แบบ สำหรับคนไข้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม การผ่าตัดรักษาข้อเข่าเทียมมีด้วยกันทั้งหมด 2 แบบ โดยจะขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ต่างๆ ของผู้ป่วยและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ผ่าตัด ดังนี้

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (TKA)

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (TKA)

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (TKA) คือกระบวนการผ่าตัดเพื่อเอาผิวข้อเข่าที่สึกหรอ หรือข้อเข่าที่เสื่อมออกไปทั้งหมด ทั้งส่วนด้านใน ด้านนอก และสะบ้า จากนั้นจะแทนที่ด้วยข้อเข่าเทียม

ประโยชน์ของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (TKA)

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (TKA) เป็นการผ่าตัดข้อเข่าเทียมแบบพื้นฐาน แพทย์มักเลือกการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด เพราะช่วยลดโอกาสเกิดการผิดพลาดจากการผ่าตัดได้

ใครที่เหมาะกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบ (TKA)

  • ผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันตามปกติได้
  • ผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีอนุรักษ์นิยมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
  • ผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมตั้งแต่ระยะกระดูกอ่อนสึกทั้งหมด หรือกระดูกชนกัน

การฟื้นฟูหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบ (TKA)

การฟื้นฟูหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (TKA) จะมีกระบวนการอักเสบเหลืออยู่ในร่างกายประมาณ 2 ปี คนไข้จะมีความรู้สึกเจ็บ ปวด และตึง ประมาณ 3-6 เดือนแรกหลังผ่าตัด เพราะปริมาณโลหะที่ใส่เข้าไปในร่างกายมีปริมาณมาก การขยับข้อไม่เป็นธรรมชาติ ทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกเจ็บและฟื้นตัวได้ช้าหลังการผ่าตัด จากนั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ

อายุการใช้งานของข้อเข่าเทียม สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบ (TKA)

ข้อเข่าเทียมสำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (TKA) จะเป็นแผ่นรองแบบเคลื่อนไหวไม่ได้ มีการสึกของแผ่นรองตามการใช้ชีวิตของคนไข้ โดยทั่วไปจะมีโอกาสผ่าตัดซ้ำหากแผ่นรองสึกในอีก 15-20 ปี

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA)

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA)

สำหรับคนไข้ที่ข้อเข่าไม่ได้เสียทั้งหมด หมอแนะนำให้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) ซึ่งคือกระบวนการผ่าตัดเพื่อเอาข้อเข่าเฉพาะส่วนที่เสื่อมออก แล้วแทนที่ด้วยข้อเข่าเทียม สามารถทำได้ทั้งข้อเข่าเทียมด้านใน ด้านนอก และสะบ้า

ประโยชน์ของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA)

  • เป็นการผ่าตัดที่ยังเก็บข้อเข่าส่วนที่สภาพดีเอาไว้เหมือนเดิม
  • แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก
  • หลังผ่าตัด กลไกการเคลื่อนไหวจะเป็นธรรมชาติ ใช้งานได้ดีหลังผ่าตัด
  • ลดอาการข้างเคียงหลังผ่าตัด เช่นลดโอกาสติดเชื้อ กระดูกหัก ลดเส้นเลือดอุดตันที่ขา หัวใจ และสมอง
  • ไม่ต้องกินยาหลังผ่าตัดเยอะ ลดผลข้างเคียงที่ได้จากยาแก้ปวด

ใครที่เหมาะกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบ  (UKA)

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) เหมาะกับคนไข้ข้อเข่าเสื่อมที่ข้อเข่าไม่ได้เสียทั้งหมด ไม่ว่าคนไข้อายุเท่าไรก็สามารถผ่าตัดด้วยวิธีนี้เพื่อรักษาอาการกระดูกข้อเข่าเสื่อมได้

การฟื้นฟูหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบ (UKA)

เนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) จะใส่โลหะเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อย และดีไซน์ที่ช่วยให้กลไลการเคลื่อนของข้อแทบจะเหมือนปกติ ทำให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้เร็ว คนไข้จะขยับตัวได้ดีขึ้น และฟื้นตัวได้ดี ในช่วงเวลาประมาณ 6 สัปดาห์

อายุการใช้งานของข้อเข่าเทียม สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบ (UKA)

ดีไซน์สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) จะเป็นแบบแผ่นรองที่เคลื่อนไหวได้ ช่วยลดการสึกได้ดี มีอายุการใช้งานประมาณ 50 ปี

ข้อควรรู้ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

ส่วนมากคนไข้ที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคความดัน และโรคเบาหวาน อาจจะพบว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมร่วมด้วย จึงไม่มีปัญหาสำหรับการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม คนไข้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือด เช่น โรคหัวใจ หรือโรคเส้นเลือดในสมอง หมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษากับหมออายุรกรรมเพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงก่อน โดยปกติแล้วหากมีปัจจัยเสี่ยงน้อยหรือปานกลาง สามารถผ่าตัดได้เลย โดยเฉพาะการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) ที่จะมีอาการบาดเจ็บน้อย ลดผลข้างเคียง ช่วยให้การผ่าตัดปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมที่ kdms Hospital ดีอย่างไร

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมที่ kdms Hospital ผู้ป่วยจะได้พบกับแพทย์ผู้ชำนาญการณ์ด้านกระดูกและข้อ รวมถึงกล้ามเนื้อ ซึ่งหลังจากผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมผู้รักษา ทั้งแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู พยาบาล นักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์ และความชำนาญเฉพาะทางในการดูแลคนไข้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

สรุป

คนไข้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม รู้สึกเจ็บบริเวณข้อเข่า หลังจากเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการไม่ผ่าตัดแล้วยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดข้อเข่าเทียมเพื่อแทนที่ข้อเข่าที่สึกหรอ หรือข้อเข่าที่เสื่อม ด้วยตัวข้อเข่าเทียม คนไข้บางคนอาจจะยังมีคำถามว่า การผ่าตัดข้อเข่าเทียมมีกี่แบบ? โดยการผ่าตัดข้อเข่าเทียมมีทั้งหมด 2 แบบด้วยกันคือแบบทั้งหมด (TKA) และแบบบางส่วน (UKA) แต่ละแบบจะมีจุดเด่นและข้อดีที่แตกต่างกัน วิธีการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เพื่อให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) เป็นการผ่าตัดที่ยาก แพทย์จึงจำเป็นต้องมีการฝึกและการเทรน ก่อนจะได้รับใบ Certificate ว่าสามารถผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) ได้ดี โดยที่ kdms Hospital มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) สามารถผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมการดูแลหลังผ่าตัด แนะนำแนวทางการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมเพื่อการฟื้นตัวที่ดี รักษาอาการข้อเข่าเสื่อมให้กลับมาใช้งานได้เทียบเท่าปกติมากที่สุด บทความโดย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้อเข่าเทียม

A

การผ่าตัดข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) 70% ของคนไข้ที่เมื่อทำหนึ่งข้างแล้ว ข้างที่ไม่ได้ผ่าตัดก็ดีตามขึ้นไปด้วยเช่นกัน เพราะคนไข้ฟื้นตัวเร็ว กลับมาใช้งานข้างที่ผ่าตัดได้ไว ไม่ต้องลงน้ำหนักขาข้างที่ไม่ได้ผ่าตัดนานจนข้อเข่าเสื่อมตามกันไป

สำหรับคนไข้ที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (TKA) การลงน้ำหนักขาข้างที่ผ่าตัดจะเจ็บกว่า ทำให้ต้องลงน้ำหนักในขาข้างที่ไม่ได้ผ่าตัดเยอะ และมีความเสี่ยงอาการข้อเข่าเสื่อมในบริเวณขาอีกข้าง และมีโอกาสสูงที่จะต้องผ่าตัดอีกข้างได้ อย่างไรก็ตาม คนไข้สามารถผ่าตัดข้อเข่าพร้อมกันทั้ง 2 ข้างได้

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ผู้ผ่าตัด และหลังผ่าตัดพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง หากผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) หมอจะแนะนำให้นอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการหลังผ่าตัดก่อน 1 วัน หลังจากนั้นก็กลับบ้านได้ตามปกติ

ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์

ความประทับใจของผู้ใช้บริการ