หมอนรองกระดูกเข่าฉีกในนักกีฬา อันตรายแค่ไหน รักษาอย่างไรให้กลับไปเล่นกีฬาได้ดังเดิม

หมอนรองกระดูกเข่าฉีก
Highlight
  • หมอนรองกระดูกเข่าฉีก (Meniscus Tear) เกิดได้บ่อยในนักกีฬา เพราะต้องใช้เข่ารับแรงกระแทกสูง ทั้งจากการบิดเข่า หยุดกะทันหัน หรือการปะทะ การบาดเจ็บที่ไม่ได้เกิดจากการเล่นกีฬาก็สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น อุบัติเหตุ หรือการใช้งานหนักสะสม
  • อาการสำคัญที่ควรระวังตั้งแต่สัญญาณแรก ได้แก่ เข่าล็อก เหยียดไม่สุด ได้ยินเสียง “ป๊อก” ระหว่างเคลื่อนไหว เจ็บซ้ำจุดเดิมหลังออกกำลังกาย อาจมีเข่าบวมหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับระดับของการบาดเจ็บ
  • หากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจเกิดผลระยะยาว เช่น ความคล่องตัวลดลง ประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาตก และเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น
  • การตรวจวินิจฉัย แพทย์จะใช้การตรวจร่างกาย และเพื่อความแม่นยำต้องอาศัย MRI เพราะสามารถเห็นตำแหน่งและความรุนแรงของรอยฉีกได้ชัดเจนกว่าการตรวจแบบอื่น
  • แนวทางการรักษาหากอาการไม่หนัก สามารถรักษาแบบรับประทานยา การทำกายภาพ แต่หากอาการหนักอาจต้องผ่าตัดส่องกล้อง
  • การรักษาหมอนรองกระดูกเข่าฉีกที่ kdms Hospital ผู้ป่วยจะพบกับแพทย์ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การกีฬาและข้อไหล่ ให้คำปรึกษาอาการ ดำเนินการตามขั้นตอนการรักษาอย่างตรงจุด และติดตามผล เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้ดังที่เคยเป็น

หลายคนเมื่อเกิดอาการหมอนรองกระดูกเข่าฉีก (Meniscus Tear) ก็จะเริ่มมีความกังวลว่า ถ้าเป็นแล้วจะหายไหมขาดไหม หรือหากรักษาหายแล้ว จะกลับมาเล่นกีฬาที่รักได้ดังเดิมหรือเปล่า แล้วต้องรักษานานแค่ไหน คำถามมากมายที่เกิดขึ้น มีคำตอบอยู่ในบทความนี้แล้ว

Table of Contents

หมอนรองกระดูกเข่าฉีกคืออะไร

หมอนรองกระดูกเข่า (Meniscus) คือ แผ่นกระดูกอ่อนชนิดไฟโบรคาร์ทิเลจ (fibrocartilage) รูปตัว C อยู่ระหว่างกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้ง ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทก กระจายน้ำหนัก และช่วยให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นคง เมื่อเกิดการบิด หมุน หรือรับแรงกระแทกมากเกินไป หมอนรองกระดูกอาจเกิดการฉีกขาดได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดหมอนรองกระดูกเข่าฉีก

สาเหตุที่ทำให้เกิดหมอนรองกระดูกเข่าฉีก

ทำไมหมอนรองกระดูกเข่าฉีกจึงเกิดบ่อยกับนักกีฬา สาเหตุก็เพราะว่านักกีฬาต้องใช้เข่ารับแรงกระแทกสูงกว่าคนทั่วไป ได้แก่

1.การบิดหมุนเข่า (Twisting)

มักเกิดตอนที่นักกีฬาวิ่งแล้วต้องการกลับตัวหรือเปลี่ยนทิศทางเร็วๆ ในขณะที่เท้ายังเหยียบเต็มฝ่าเท้าอยู่ที่พื้น แต่ลำตัวหมุนไปแล้ว ทำให้ข้อเข่าบิดตัวรุนแรงจนหมอนรองกระดูกฉีกขาด

2.การหยุดกะทันหัน

ในกรณีที่เล่นกีฬาแล้วต้องหยุดกะทันหัน เช่น นักกีฬาวิ่งมาอย่างเร็ว แล้วต้องหยุดกะทันหัน เท้าจะยึดแน่นอยู่กับพื้น แต่น้ำหนักตัวยังพุ่งไปข้างหน้า ทำให้เกิดแรงกดและแรงบิดมหาศาลที่ข้อเข่า ส่งผลให้หมอนรองกระดูกรับแรงไม่ไหวจนเกิดการฉีกขาดได้

3.การปะทะ (Direct Contact)

เกิดจากการถูกกระแทกเข้าที่เข่าอย่างรุนแรง เช่น นักกีฬาที่ถูกคู่แข่งสไลด์สกัดขาในกีฬาฟุตบอล หรือการเข้าปะทะในกีฬารักบี้ แรงกระแทกนี้จะทำให้เข่าถูกดัดจนงอหรือบิดผิดรูปไปจากธรรมชาติกะทันหัน ส่งผลให้หมอนรองกระดูกถูกบดอัดจนฉีกขาดได้

4.การใช้งานหนักสะสม (Overuse)

สำหรับนักกีฬาที่ต้องซ้อมหนัก เช่น การวิ่ง หรือกระโดดซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน แรงกระแทกจะสะสมจนทำให้เนื้อเยื่อหมอนรองกระดูกค่อยๆ เสื่อมสภาพและความยืดหยุ่นลดลง ส่งผลให้เกิดการฉีกขาดได้ง่ายขึ้น แม้จะเป็นเพียงการเคลื่อนไหวผิดจังหวะเล็กน้อยก็ตาม

5. หมอนรองกระดูกเข่าฉีกจากเอ็นไขว้หน้าเข่าขาดเรื้อรัง (Chronic ACL tear)

ทำให้ข้อเข่าไม่มั่นคง เกิดการบิดหรือรับแรงซ้ำ ๆ ส่งผลให้หมอนรองกระดูกเข่าต้องรับแรงมากกว่าปกติ และอาจฉีกขาดตามมา ทำให้มีอาการปวด บวม หรือเข่าติดล็อก

6. การเสื่อมตามอายุ 

ทำให้หมอนรองกระดูกเข่าสูญเสียความยืดหยุ่นและเปราะขึ้น จึงฉีกขาดได้ง่าย แม้จากการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน เช่น ลุก นั่ง หรือบิดเข่าเล็กน้อย โดยไม่จำเป็นต้องมีอุบัติเหตุรุนแรง

อาการของหมอนรองกระดูกเข่าฉีกที่นักกีฬามักเจอ

ในส่วนของอาการหมอนรองกระดูกเข่าฉีก มีดังต่อไปนี้

  • เจ็บซ้ำจุดเดิมหลังออกกำลังกาย
  • เข่าล็อค (Locking) เหยียดหรืองอเข่าได้ไม่สุด เหมือนมีอะไรมาขัด
  • ได้ยินเสียง “ป๊อก” หรือเสียงคลิกในข้อเข่าขณะเคลื่อนไหว
  • กดเจ็บบริเวณแนวข้อเข่า
  • เข่ามักบวมขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังบาดเจ็บ

หมอนรองกระดูกเข่าฉีกในนักกีฬาอันตรายแค่ไหน

สำหรับใครที่เป็นนักกีฬา และอยากเล่นกีฬาไปนานๆ หากมีอาการหมอนรองกระดูกเข่าฉีกแล้วไม่รักษา อาจส่งผลกระทบ ดังต่อไปนี้

ผลกระทบระยะสั้น 

อาการเจ็บและเข่าล็อคจะทำให้นักกีฬาไม่สามารถลงน้ำหนักได้เต็มที่ สูญเสียความคล่องตัว และไม่สามารถฝึกซ้อมหรือแข่งขันได้ในระดับเดิม ทำใหัประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาลดลง

ผลกระทบระยะยาว 

หากปล่อยให้หมอนรองกระดูกเข่าฉีกโดยไม่รักษา หน้าที่การรองรับแรงกระแทกของข้อเข่าจะลดลง ทำให้กระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งเสียดสีกันโดยตรง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดข้อเข่าเสื่อมในอนาคต ทำให้ยากต่อการรักษา

การวินิจฉัยหมอนรองกระดูกเข่าฉีก

สาเหตุที่ทำให้เกิดหมอนรองกระดูกเข่าฉีก

สำหรับการวินิจฉัยหมอนรองกระดูกเข่าฉีก แพทย์จะวินิจฉัยด้วยขั้นตอนดังนี้

การซักประวัติและการตรวจร่างกาย

แพทย์จะสอบถามอาการและประวัติการบาดเจ็บ จากนั้นจะทำการตรวจข้อเข่าโดยขยับเข่าในท่าพิเศษ เช่น McMurray testเพื่อฟังหรือสัมผัสเสียงคลิก และตรวจหาจุดกดเจ็บบริเวณแนวข้อเข่า ซึ่งช่วยบ่งชี้ถึงภาวะหมอนรองกระดูกเข่าฉีก

การทำ MRI (Magnetic Resonance Imaging) 

เป็นการตรวจมาตรฐานที่มีความแม่นยำสูงในการยืนยันการวินิจฉัย เพราะ ช่วยให้เห็นลักษณะและตำแหน่งของรอยฉีกในหมอนรองกระดูกเข่าได้อย่างชัดเจน ซึ่งการเอกซเรย์ (X-ray) ทั่วไปไม่สามารถมองเห็นเนื้อกระดูกอ่อนชนิดนี้ได้

แนวทางการรักษาและฟื้นฟูหมอนรองกระดูกเข่าฉีก

แพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษา จากตำแหน่งและความรุนแรงของรอยฉีก โดยแบ่งเป็น 2 วิธีหลัก ดังนี้

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment) 

เหมาะสำหรับรอยฉีกขนาดเล็ก แพทย์จะเน้นพักการใช้งาน ทานยา และทำกายภาพบำบัด เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรงขึ้น

การรักษาด้วยการผ่าตัด (Surgical Treatment) 

หากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาการ ผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการรักษา โดยอาจเป็นการ เย็บซ่อมหมอนรองกระดูก หรือ ตัดแต่งเฉพาะส่วนที่ฉีกขาด หลังผ่าตัดจำเป็นต้องทำ กายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อเข่ากลับมาแข็งแรง และสามารถกลับไปทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬาได้อย่างเต็มศักยภาพ

รักษาหมอนรองกระดูกเข่าฉีกที่ kdms Hospital ดีอย่างไร

ผู้ป่วยที่มีอาการ หมอนรองกระดูกเข่าฉีก ที่เข้ารับการรักษาที่ kdms Hospital จะได้รับการดูแลอย่างตรงจุดโดย ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การกีฬาและข้อไหล่ ร่วมกับทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

หากมีอาการ เข่าล็อก ปวดเข่า หรือบาดเจ็บหลังเล่นกีฬา สามารถเข้าปรึกษาได้ตั้งแต่การหาสาเหตุ แนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงคุณภาพการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ พร้อมติดตามอาการจนสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและเล่นกีฬาได้อย่างมั่นใจ
เพราะเป้าหมายของเราคือ “กลับไปเล่นกีฬาได้จริง ไม่ใช่แค่หายปวด”

สรุป

หมอนรองกระดูกเข่าฉีก (Meniscus Tear) เป็นอาการบาดเจ็บที่พบบ่อยในนักกีฬา โดยเฉพาะการบิดเข่า การหยุดกะทันหัน หรือการปะทะระหว่างแข่งขัน ทำให้เกิดอาการเจ็บ เข่าล็อก หรือบวมภายในเวลาไม่นาน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้ความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาลดลง รวมถึงเสี่ยงต่อข้อเข่าเสื่อมในอนาคต ในส่วนของการรักษามีทั้งวิธีไม่ผ่าตัด โดยแพทย์อาจให้กินยาหรือทำกายภาพบำบัด แต่หากมีอาการรุนแรงต้องรักษาด้วยการการผ่าตัดส่องกล้อง ทั้งนี้ผู้ป่วยที่มารักษาที่ kdms Hospital จะได้รับการดูแลโดยทีมศัลยแพทย์เวชศาสตร์การกีฬา และนักกายภาพบำบัดตั้งแต่การวินิจฉัย การวางแผนรักษาระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย ตลอดจนการติดตามผลจนกว่าผู้ป่วยจะกลับไปใช้ชีวิตได้ดีอย่างที่เคยเป็น

Q & A

หมอนรองกระดูกเข่าฉีก หายเองได้ไหม

โดยทั่วไปหมอนรองกระดูกเข่าฉีก สามารถหายเองได้เฉพาะกรณีที่เป็นรอยฉีกขนาดเล็ก อยู่ในตำแหน่งที่มีเลือดมาเลี้ยงดี และผู้ป่วยงดใช้งานข้อเข่าอย่างเพียงพอ ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดเบื้องต้น แต่สำหรับนักกีฬาที่ต้องใช้เข่าหนักหรือมีอาการเข่าล็อก ปวดมาก เดินไม่ถนัด มักไม่หายเอง และต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันการฉีกมากขึ้น และลดความเสี่ยงของข้อเข่าเสื่อมในอนาคต ซึ่งหากสงสัยว่ามีการฉีกขาดควรพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรกจะดีที่สุด

ระยะเวลาการหายของหมอนรองกระดูกเข่าฉีกขึ้นอยู่กับขนาดของรอยฉีก และระดับการใช้งานข้อเข่า ของแต่ละคน โดยทั่วไป

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (Conservative treatment)
เหมาะสำหรับรอยฉีกที่มีความมั่นคงและอาการไม่รุนแรง โดยทั่วไปใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 6–12 สัปดาห์

การผ่าตัดเย็บซ่อมหมอนรองกระดูก รวมถึงการซ่อมรากหมอนรองกระดูก
(Meniscus repair / Meniscus root repair)

ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานกว่า เนื่องจากต้องรอให้เนื้อเยื่อสมานตัว และจำเป็นต้องควบคุมการใช้งานข้อเข่าอย่างใกล้ชิด โดยทั่วไปใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของการซ่อมและโปรแกรมกายภาพบำบัด

สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดหรือไม่ด้วยเช่นกัน

บทความโดย: นพ.พงษ์เทพ ณ นคร ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การกีฬาและข้อไหล่

ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์

พุธ, 11 ก.พ. 2026
แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจและโปรโมชั่นที่เกี่ยวข้อง
  อาการปวดที่รบกวนชีวิตประจำวัน อาจจะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพกระดูกและข้อที่ต้องได้รับการดูแล อย่าปล่อยให้อาการเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่...
package 1800 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2026
การผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่า โดยใช้กล้องขนาดเล็กสอดผ่านแผลเล็กๆ เพื่อดูภายในข้อเข่าและซ่อมแซมส่วนที่ผิดปกติ เช่น หมอนรองกระดูกฉีก เอ็นในข้อบาดเจ็บ หรือกระดูกอ่อนสึก โดยมีข้อดีคือแผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว...
package 235,000 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2026
การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ โดยใช้กล้องขนาดเล็กสอดผ่านแผลเล็กๆ เพื่อดูภายในข้อไหล่และซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บ เช่น เอ็นฉีก (Rotator Cuff Tear), เอ็นหลุดหลวม, หรือกระดูกอ่อนสึก โดยมีข้อดีคือแผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว...
package 265,000 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2026
บทความอื่นๆ
ลูกสะบ้าหลุด เกิดจากอะไร และการป้องกันการหลุดซ้ำ
ลูกสะบ้าหัวเข่า หลุด-เคลื่อน อย่าปล่อยไว้ เช็กสาเหตุ อาการ และวิธีป้องกันการหลุดซ้ำ
การผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า
การผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า (ACL) แบบส่องกล้อง แผลเล็ก ฟื้นตัวไว
หมอนรองกระดูกเข่าฉีก
หมอนรองกระดูกเข่าฉีกในนักกีฬา อันตรายแค่ไหน รักษาอย่างไรให้กลับไปเล่นกีฬาได้ดังเดิม
เอ็นต้นขาด้านข้างอักเสบคืออะไร อาการบาดเจ็บที่คนออกกำลังกายควรรู้
เอ็นต้นขาด้านข้างอักเสบคืออะไร อาการบาดเจ็บที่คนออกกำลังกายควรรู้
top line line