โรคกระดูกสันหลังคด ปัญหาที่ควรได้รับการรักษา
- ภาวะกระดูกสันหลังคดสามารถกิดขึ้นได้กับคนทุกกลุ่ม โดยแต่ละช่วงวัยจะมีปัจจัยต่างกัน เช่น เด็กเล็ก มักจะเกิดจากปัญหากระดูกสันหลังคดที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด ส่วนวัยรุ่นมักจะพบโรคกระดูกสันหลังคดแบบไม่ทราบสาเหตุ และในผู้สูงอายุมักเกิดจากกระดูกสันหลังเสื่อม และกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทร่วมด้วย
- สาเหตุของโรคกระดูกสันหลังคด เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ความผิดปกติของการเจริญเติบโตกระดูกสันหลังแต่กำเนิด ความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อ ความเสื่อมของกระดูก และกระดูกสันหลังคดแบบไม่ทราบสาเหตุ
- อาการของกระดูกสันหลังคด แตกต่างกันไปในแต่ละคน ซึ่งสังเกตอาการเบื้องต้นได้คือ ไหล่ไม่เท่ากัน ลำตัวเอียงเวลายืนหรือเดิน เป็นต้น
- แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจความยาวของขา และไหล่ และจะทำการ X-ray หากพบมุมในภาพถ่ายรังสีคดเอียงมากกว่า 10 องศา แพทย์ก็จะวินิจฉัยว่าเป็นกระดูกสันหลังคด
กระดูกสันหลังเป็นส่วนที่ประกอบไปด้วยกระดูกและกล้ามเนื้อ ทำหน้าที่ในการรับน้ำหนัก และเชื่อมโยงเส้นประสาทจากสมองไปถึงเชิงกราน เมื่อมองจากด้านหน้า กระดูกสันหลังจะเรียงเป็นแนวเส้นตรง หากมองจากด้านข้าง กระดูกสันหลังจะมีความโค้ง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ
แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคกระดูกสันหลังคด เมื่อมองจากภาพถ่ายรังสีแล้ว จะเห็นกระดูกสันหลังคดเอียงทำมุมมากกว่า 10 องศา ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณอาการที่ควรพบแพทย์
Table of Contents
Toggleกระดูกสันหลังคด คืออะไร
กระดูกสันหลังคด หรือ Scoliosis คือ ภาวะที่กระดูกสันหลังเอียงหรือบิดผิดรูปไปด้านข้าง มากกว่าปกติ ทำให้แนวกระดูกสันหลังไม่ตรงเมื่อมองจากด้านหลัง บางรายอาจมีไหล่สูงไม่เท่ากัน สะบักนูน เอวไม่สมดุล หรือหลังโก่งร่วมด้วย
ภาวะนี้พบได้ทั้งในเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ ซึ่งสามารถเกิดจากปัจจัยต่างๆ ได้ดังนี้
- ชนิดไม่ทราบสาเหตุ (พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะวัยรุ่น)
- จากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด
- จากโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
- จากความเสื่อมในผู้สูงอายุ
กระดูกสันหลังคดมีความรุนแรงมีตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง หากคดมากอาจส่งผลต่อบุคลิกภาพ อาการปวดหลัง หรือการทำงานของปอดได้ในบางราย
กระดูกสันหลังคด อาการเป็นอย่างไร
ลักษณะอาการและความรุนแรงของโรคกระดูกสันหลังคดนั้นจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน และสิ่งที่ร่างกายแสดงออกมาก็ต่างกันด้วย สำหรับลักษณะเบื้องต้นที่สามารถสังเกตได้ มีดังนี้
- ไหล่ทั้งสองข้างสูงไม่เท่ากัน
- ลำตัวเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งเวลายืนหรือเดิน
- สะโพกหรือเชิงกรานทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
- แผ่นหลังหรือหน้าอกนูนไม่เท่ากัน
- มองเห็นกระดูกสันหลังคดงอชัดเจน
การสังเกตอาการของโรคกระดูกสันหลังคดจากสัญญาณเบื้องต้น ถ้ากระดูกสันหลังคดไม่มาก อาจจะสังเกตด้วยตัวเองได้ยาก ต้องให้คนใกล้ตัวช่วยสังเกตลักษณะอาการของผู้ป่วยจากด้านหลัง โดยการตรวจที่เรียกว่า (Forward Bending Test) โดยให้คนไข้ก้มหลังแล้ว ให้สังเกตว่าหลังด้านซ้ายขวาจะนูนเท่ากันหรือไม่ หรือเอวทั้งสองข้างนูนเท่ากันหรือไม่ โดยปกตินั้น เมื่อก้มหลังแล้วสังเกตจากด้านหลัง ไม่ว่าจะช่วงอกหรือเอว ก็ควรจะอยู่ในระนาบเดียวกัน หากมีลักษณะของโรคกระดูกสันหลังคด เมื่อก้มหลังแล้ว หลังด้านซ้ายขวาจะนูนไม่เท่ากัน ดังรูป
นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังสามารถสังเกตตัวเองได้จากลักษณะที่เปลี่ยนไปของร่างกาย ได้แก่ สะโพกหรือเชิงกรานที่ไม่เท่ากัน ไหล่ทั้งสองข้างสูงไม่เท่ากัน หรือสังเกตตนเองขณะยืนหรือเดินก็ได้เช่นกัน
กระดูกสันหลังคด ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างไร
กระดูกสันหลังเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อร่างกาย เมื่อเกิดปัญหากระดูกสันหลังคดแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ปัญหากระดูกสันหลังคดยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและอาการอื่นๆ ของผู้ป่วยได้อีกด้วย
ผลกระทบจากร่างกาย
เมื่อแกนกระดูกสันหลังคดเอียง ส่งผลให้ลำตัวเอียงไปตามๆ กัน ยิ่งกระดูกสันหลังเอียงทำมุมมากขึ้น ร่างกายก็จะพยายามปรับตัวโดยการดึงให้แกนตัวกลับตรง ส่งผลให้กระดูกสันหลังปล้องข้างเคียงเกิดการคดเอียงเพิ่มเติมได้ในอนาคต
จากปัญหากระดูกสันหลังคดนี้ อาการข้างเคียงที่ทำให้ผู้ป่วยต้องพบเจอเพิ่มเติม คือ กระดูกสันหลังเสื่อมได้เร็วขึ้นกว่าคนทั่วไป เกิดอาการปวดหลังได้ง่าย นอกจากนี้สำหรับผู้ป่วยที่มีกระดูกสันหลังช่วงอกคดมาก อาจส่งผลต่อระบบหายใจ ปอดขยายได้น้อยลง ส่งผลให้คนไข้หายใจไม่เต็มที่ เหนื่อยได้ง่ายยิ่งขึ้น ในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่กระดูกสันหลังคดจากความเสื่อม อาจจะไปกดเบียดเส้นประสาท ส่งผลให้มีอาการที่เกิดจากการบดเบียดเส้นประสาทได้ เช่น ปวดร้าวลงขา ขาชา และขาอ่อนแรง ผู้ป่วยไม่สามารถเดินระยะทางไกลได้ เป็นต้น
ผลกระทบทางจิตใจ
เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยจากกระดูกสันหลังคด ทำให้ผู้ป่วยหลายๆ คนเกิดความกังวลและไม่มั่นใจ ด้วยอาการเจ็บป่วยที่ส่งผลต่อรูปลักษณ์ภายนอกของผู้ป่วย
สาเหตุการเกิดโรคกระดูกสันหลังคด
กระดูกสันหลังคด เป็นโรคที่สามารถเกิดได้ในทุกวัย และเกิดได้จากหลายๆ สาเหตุ ดังนี้
1. ความผิดปกติของการเจริญเติบโตกระดูกสันหลังแต่กำเนิด (Congenital Scoliosis)
เป็นความผิดปกติของกระดูกสันหลังตั้งแต่ก่อนคลอด โดยเป็นความผิดปกติจากพัฒนาการของทารกในครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างของกระดูกสันหลังเพียงด้านเดียว หรือการสร้างของกระดูกสันหลังที่ไม่แยกจากกัน ส่งผลให้เกิดกระดูกสันหลังคดตั้งแต่กำเนิด ซึ่งกระดูกสันหลังคดในลักษณะนี้ก่อให้เกิดความผิดปกติมาก ผู้ป่วยมักจะต้องรีบเข้ารับการรักษา
2. ความผิดปกติของระบบประสาทกล้ามเนื้อ (Neuromuscular Scoliosis)
เป็นกระดูกสันหลังคดที่เกิดจากโรคทางระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อของคนไข้ที่มีความผิดปกติ ทำให้เกิดความไม่สมดุลต่อกระดูกสันหลัง ส่งผลให้กระดูกสันหลังคด ที่พบบ่อย เช่น คนไข้มีอาการขาดเลือดทางสมองแต่กำเนิด (Cerebral Palsy) ทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลังคดตอนโตได้ หรือคนไข้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Muscular Dystrophy) สามารถทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลังคดได้
3. ความเสื่อมของข้อกระดูก (Degenerative Scoliosis)
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของคนไข้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกสันหลังคด โดยสาเหตุกลุ่มนี้เกิดจากความเสื่อมของข้อกระดูกสันหลัง หรือหมอนรองกระดูกสันหลังด้านซ้ายกับขวาไม่เท่ากัน ทำให้เกิดการทรุดตัวของข้อกระดูกสันหลังด้านซ้ายขวาไม่เท่ากัน จึงทำให้เกิดกระดูกสันหลังคด
4. กระดูกสันหลังคดแบบไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic Scoliosis)
กระดูกสันหลังคด โดยกลุ่มนี้จะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ไม่พบความผิดปกติของกระดูก หมอนรองกระดูก หรือกล้ามเนื้อ การวินิจฉัยกระดูกสันหลังคดในเด็กกลุ่มนี้จะวินิจฉัยโดยต้องค้นหาสาเหตุอื่นๆ ก่อน โดยถ้าไม่พบความผิดปกติจากสาเหตุอื่นๆ ข้างต้น จะจัดผู้ป่วยกระดูกสันหลังคดในเด็กเข้าในกลุ่มนี้
กระดูกสันหลังคดเกิดขึ้นในคนกลุ่มไหนได้บ้าง
กระดูกสันหลังคดเป็นโรคที่สามารถเกิดอาการขึ้นได้กับคนทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็กเล็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งในแต่ละช่วงวัยก็จะมีปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาอาการกระดูกสันหลังคดต่างกันไป
- ในเด็กเล็ก (0-5 ปี) มักจะเกิดจากปัญหากระดูกสันหลังคด ที่เกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิดของกระดูก (Congenital Scoliosis) โดยกลุ่มนี้มักจะสังเกตได้ตั้งแต่อายุน้อย หรืออาจพบได้โดยบังเอิญจากภาพถ่ายรังสีส่วนอื่นๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เมื่อพบแล้ว ต้องหาความผิดปกติของระบบอื่นๆ ที่อาจพบร่วมด้วย เช่น ความผิดปกติของไต ความผิดปกติของหัวใจ เป็นต้น
- ในวัยรุ่น (10-15 ปี) มักจะพบโรคกระดูกสันหลังคดแบบไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic Scoliosis) มากที่สุด โดยในช่วงที่เด็กกำลังจะเข้าสู่วัยรุ่น จะเป็นช่วงที่กระดูกจะเจริญเติบโตและเด็กจะมีส่วนสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากจะเป็นช่วงเวลาที่กระดูกสันหลังคดกลุ่มนี้จะมีมุมที่เพิ่มมากขึ้นได้เร็ว
- ในผู้สูงอายุ (> 50 ปี) ส่วนใหญ่แล้วเกิดปัญหากระดูกสันหลังคด มาจากสาเหตุกระดูกสันหลังเสื่อม เนื่องจากข้อกระดูกที่ใช้งานมานานเกิดการเสื่อมสภาพ โดยเมื่อข้อกระดูกด้านซ้ายกับขวา เสื่อมสภาพไม่เท่ากัน หรือเกิดการทรุดของหมอนรองกระดูกไม่เท่ากัน จะส่งผลให้เกิดโรคกระดูกสันหลังคดจากความเสื่อม ที่สำคัญคือ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะพบภาวะกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทร่วมด้วย ซึ่งนอกจากอาการกระดูกสันหลังคดแล้ว ยังพบอาการจากโรคกระดูกทับเส้นประสาท เช่น ปวดหลัง และร้าวลงขา ขาชา อ่อนแรง ร่วมด้วย
การวินิจฉัยหาโรคกระดูกสันหลังคด
เมื่อสังเกตอย่างคร่าวๆ แล้วสงสัยว่ามีปัญหากระดูกสันหลังคด ควรเข้าปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญ เพื่อทำการวินิจฉัยและได้ผลการวินิจฉัยที่ชัดเจน สำหรับการวินิจฉัยหาโรคกระดูกสันหลังคดนั้น มีขั้นตอน ดังนี้
- แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจความยาวของขาทั้งสองข้าง ตรวจไหล่ทั้งสองข้างว่าอยู่ในระดับเดียวกันหรือไม่ ตรวจกระดูกสันหลังว่ามีความผิดปกติอะไรบ้าง ที่สำคัญคือ การตรวจความผิดปกติทางระบบประสาท เพื่อตรวจหารอยโรคของไขสันหลังที่อาจพบร่วมกันได้
- ต่อมาจะทำการส่งภาพถ่ายรังสี โดยหากพบมุมในภาพถ่ายรังสีที่คดเอียงมากกว่า 10 องศา แพทย์ก็จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกสันหลังคด
- หลังจากที่วินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกสันหลังคดแล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาต่อไป ว่ามีความจำเป็นต้องส่งตรวจอย่างอื่นต่อหรือไม่ เช่น การตรวจการทำงานของปอด (Pulmonary Function Test) การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อตรวจหารอยโรคของไขสันหลัง และเส้นประสาท การตรวจสแกนคอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อตรวจสอบขนาดของกระดูกสำหรับวางแผนการผ่าตัดให้ชัดเจนต่อไป
แนวทางในการรักษากระดูกสันหลังคด
สำหรับแนวทางในการรักษากระดูกสันหลังคด จะประกอบด้วยทั้งหมด 3 วิธี ที่เรียกว่า 3O (สาม-โอ) มาจาก Observe, Orthosis และ Operation ซึ่งการรักษาแต่ละแบบขึ้นอยู่กับอาการและระดับความคดงอของกระดูก ดังนี้
- Observe เป็นแนวทางในการรักษาที่จะคอยสังเกตอาการ และตรวจติดตามแบบซ้ำๆ สำหรับวิธีนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากระดูกสันหลังคดที่มุมของกระดูกคดไม่ถึง 20 องศา โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการปวด และยังไม่พบความผิดปกติภายนอก
- Orthosis เป็นการรักษากระดูกสันหลังคดโดยการใส่อุปกรณ์ประคองหลัง หรืออุปกรณ์ค้ำจุนหลัง วิธีการรักษานี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยกระดูกสันหลังคดที่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ และมีมุมของกระดูกสันหลังคดมากกว่า 20 องศาขึ้นไป โดยเป้าหมายของการใส่อุปกรณ์ประคองหลังมีเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังคดมากขึ้น แต่ไม่ใช่เพื่อให้กระดูกสันหลังหายคด
- Operation เป็นการรักษากระดูกสันหลังคดด้วยการผ่าตัด โดยแพทย์จะทำการผ่าตัด เพื่อจัดกระดูกสันหลังให้ตรงไม่คดหรืองอ และใส่สกรูเพื่อยึดกระดูกสันหลังและเชื่อมข้อต่อกระดูกสันหลัง ซึ่งวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเด็กที่มีมุมของกระดูกสันหลังคดมากกว่า 40 องศา หรือในผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ที่มีอาการปวดมาก และแกนกระดูกสันหลังเอียงมาก จนทำให้เดินตัวเอียง
การป้องกันตนเอง ไม่ให้เกิดกระดูกสันหลังคด
จริง ๆ แล้ว “กระดูกสันหลังคดชนิดหลัก” โดยเฉพาะในวัยรุ่น ส่วนใหญ่ยังไม่มีวิธีป้องกันที่ชัดเจน เพราะไม่ได้เกิดจากการนั่งผิดท่าหรือสะพายกระเป๋าเพียงอย่างเดียว
แต่สามารถดูแลตนเองเพื่อลดปัญหาและช่วยให้ตรวจพบเร็วได้ เช่น
- สังเกตความผิดปกติของร่างกาย เช่น ไหล่ไม่เท่ากัน เอวเอียง หลังนูน
- หลีกเลี่ยงการนั่งท่าที่ไม่เหมาะเป็นเวลานาน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
หากมีคนในครอบครัวเป็น ควรสังเกตบุตรหลานมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงโตเร็วในวัยรุ่น สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การตรวจพบเร็ว” เพราะหากรักษาตั้งแต่ช่วงแรก มักได้ผลดีกว่า
รักษากระดูกคดที่ kdms Hospital ดีอย่างไร
โรคกระดูกสันหลังคด เป็นโรคที่ค่อนข้างอันตราย ไม่ควรนิ่งนอนใจ หากเช็คอาการตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น และเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน รวมถึงเริ่มเสียความมั่นใจ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้แพทย์ผู้ชำนาญการเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่ง kdms Hospital เป็นหนึ่งในทางเลือกที่โดดเด่น เพราะตอบโจทย์ในเรื่องของการดูแลด้วยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูก ข้อและกล้ามเนื้อ อีกทั้งทีมแพทย์ยังวินิจฉัยอย่างแม่นยำไม่ว่าจะเป็นการรักษาแบบไม่ผ่าตัด หรือผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่สำคัญคือ มีการดูแลอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด ผู้ป่วยจะได้รับการติดตามอาการเพื่อปรับแผนในการรักษาให้เหมาะกับการฟื้นตัวแต่ละช่วง เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าผู้ป่วยจะกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวล
สรุป
โรคกระดูกสันหลังคดเป็นโรคที่สามารถเกิดได้ทุกวัยตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ ซึ่งกระดูกสันหลังคด อาการหรือสัญญาณที่สามารถสังเกตได้ทั่วไปมีหลายอย่าง เช่น สะโพกไม่เท่ากัน ไหล่สองข้างไม่เท่ากัน ลำตัวเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เมื่อก้มลงแล้วสังเกตเห็นว่าหลังด้านซ้ายและขวาสูงไม่เท่ากัน เป็นต้น ซึ่งแนวทางในการรักษากระดูกสันหลังคดนั้นขึ้นอยู่กับระดับของอาการ คนไข้ที่มีลักษณะอาการดังกล่าว หรือสงสัยว่าเป็นโรคกระดูกสันหลังคด สามารถรับการตรวจจากแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยที่ชัดเจน และการวางแผนการดูแลสุขภาพหรือแนวทางการรักษาต่อไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคกระดูกสันหลังคด (FAQs)
กระดูกสันหลังคดหายเองได้ไหม?
โดยทั่วไป กระดูกสันหลังคด “ไม่หายเอง” โดยเฉพาะเมื่อมีความคดชัดเจนแล้ว แต่ในบางรายที่คดเล็กน้อย อาจคงที่และไม่แย่ลง ในเด็กและวัยรุ่น จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะช่วงที่ร่างกายกำลังโต ความคดอาจเพิ่มขึ้นได้เร็ว
การรักษาขึ้นกับระดับความคด เช่น
- เฝ้าระวังติดตามอาการ
- กายภาพบำบัด
- ใส่เสื้อดัดหลัง (brace)
- ผ่าตัดในรายที่คดมากหรือมีอาการมาก
กระดูกสันหลังคดออกกำลังกายอะไรได้บ้าง?
ส่วนใหญ่ยังสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ และการออกกำลังกายยังช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ลดอาการปวด และช่วยเรื่องบุคลิกภาพ
กิจกรรมที่แนะนำ เช่น
- ว่ายน้ำ
- เดิน วิ่งเบา ๆ
- ปั่นจักรยาน
- Pilates / Yoga
- Core strengthening
- กายบริหารเฉพาะทางสำหรับ scoliosis
แต่หากมีความคดมาก หรือมีอาการปวด ควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะกีฬาที่มีแรงกระแทกสูงหรือบิดตัวรุนแรง
กระดูกสันหลังคดมีลูกได้ไหม?
สามารถมีลูกได้ตามปกติในคนส่วนใหญ่
ภาวะกระดูกสันหลังคดส่วนมากไม่ได้กระทบต่อระบบสืบพันธุ์หรือการตั้งครรภ์โดยตรง แต่ในช่วงตั้งครรภ์ อาจมีอาการปวดหลังมากขึ้นได้จากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
กรณีที่คดรุนแรงมาก อาจต้องประเมินเพิ่มเติมเรื่องการทำงานของปอด หรือวางแผนเรื่องการฉีดยาชา/บล็อกหลังร่วมกับวิสัญญีแพทย์
กระดูกสันหลังคดจะมีโอกาสคดเพิ่มไหม? ถึงอายุเท่าไร?
มีโอกาสคดเพิ่มได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายยังเจริญเติบโต ช่วงเสี่ยงที่สุดคือ วัยก่อนเข้าสู่วัยรุ่น เพราะเป็นช่วงโตเร็ว (growth spurt) หลังโครงกระดูกโตเต็มที่แล้ว ความคดมักช้าลง แต่ถ้ามุมคดมาก โดยเฉพาะมากกว่า 40–50 องศา ก็ยังมีโอกาสคดเพิ่มได้แม้ในผู้ใหญ่
ในผู้สูงอายุ ยังอาจเกิด “กระดูกสันหลังคดจากความเสื่อม” ได้เช่นกัน ซึ่งสัมพันธ์กับหมอนรองกระดูกและข้อกระดูกสันหลังเสื่อมตามวัย
บทความโดย : รศ.นพ.กู้พงษ์ ศิริบำรุงวงศ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง
วิดีโอที่เกี่ยวข้อง
ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์