กระดูกสันหลังยุบ จากโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ

Highlight
  • กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ คือ ภาวะที่กระดูกสันหลังเกิดการแตกหักยุบตัว อันเนื่องมาจากโรคกระดูกพรุน 
  • ความหนาแน่นมวลกระดูก (Bone Mineral Density:BMD) ของผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนนั้น จะต่ำกว่าคนปกติ เพียงแค่การล้ม ก็สามารถทำให้กระดูกสันหลังยุบ หรือแตกหักได้
  • อาการของโรคกระดูกสันหลังยุบ มักจะเจ็บปวดบริเวณที่กระดูกสันหลังยุบ ซึ่งตำแหน่งที่พบบ่อยคือบริเวณอกต่อเอว และมักจะมีอาการปวดหลังตลอดเวลา 
  • ปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน ได้แก่ อายุที่มากขึ้น เพศหญิง น้ำหนักตัวน้อย การใช้ยากลุ่ม steroid การสูบบุหรี่
  • การวินิจฉัยกระดูกสันหลังยุบ ทำได้โดยเอกซเรย์กระดูกสันหลัง หรือ การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI และใช้การตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกสันหลัง เพื่อยืนยันว่าคนไข้เป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ 
  • การรักษากระดูกสันหลังยุบ จากโรคกระดูกพรุน แบ่งเป็น 3 วิธีหลักๆ คือ
    • รักษาด้วยยาลดปวด และแคลเซียม
    • การฉีดซีเมนต์เข้าไปในกระดูกสันหลัง
    • การผ่าตัด ซึ่งจะทำในผู้ป่วยกระดูกสันหลังยุบแล้วมีการกดเบียดทับเส้นประสาท

กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน คือ ภาวะที่กระดูกสันหลังเกิดการแตกหักยุบตัว อันเนื่องมาจากโรคกระดูกพรุน ซึ่งกระดูกของผู้สูงอายุที่เป็นโรคกระดูกพรุนนั้น จะไม่แข็งแรงเหมือนกับกระดูกของผู้สูงอายุปกติทั่วไป ส่งผลทำให้เพียงแค่การล้ม หรือการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ก่อให้เกิดแรงกระแทกปกติบริเวณหลัง ก็สามารถทำให้กระดูกสันหลังยุบ หรือแตกหักได้

Table of Contents

กระดูกสันหลังยุบ อาการเป็นอย่างไร

โรคกระดูกพรุน ถือเป็นโรคเงียบที่ไม่แสดงอาการ ถ้าไม่ได้เกิดอุบัติเหตุล้มจนกระดูกหักยุบ จึงไม่สามารถทราบได้เลยว่าเป็นโรคกระดูกพรุน หากไม่เข้ารับการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก แต่ในกรณีที่เป็นโรคกระดูกพรุนแล้วเกิดประสบอุบัติเหตุหกล้ม หรือไปทำกิจกรรมที่เสี่ยงทำให้กระดูกสันหลังยุบ เช่น ก้มหลังยกของหนัก ทิ้งตัวลงนั่งแล้วกระแทกแรงเกินไป จะสามารถสังเกตอาการกระดูกสันหลังยุบ ได้ดังนี้

เจ็บปวดบริเวณที่กระดูกสันหลังยุบ 

ตำแหน่งที่พบบ่อยคือบริเวณ “อกต่อเอว” หรือที่เรียกว่า “Thoracolumbar Junction” โดยจะรู้สึกปวดช่วงบริเวณกลางหลัง หรือค่อนลงมาบริเวณหลังด้านล่าง ดังนั้น สำหรับผู้ที่เกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย แล้วมีอาการปวดขึ้นเฉียบพลันขึ้นมาทันที ก็อาจสงสัยได้ว่ามีภาวะกระดูกสันหลังยุบ

อาการปวดหลังตลอดเวลา 

หากเป็นคนปกติที่ไม่ได้มีอาการกระดูกสันหลังยุบ ไม่ว่าจะนั่ง เดิน ยืน นอน หรือเปลี่ยนท่าทาง โดยปกติแล้วจะไม่ปวด แต่หากเป็นคนที่มีภาวะกระดูกสันหลังยุบ ทุกการขยับตัวจะทำให้รู้สึกปวดหลังได้ หรือแม้แค่นอนแล้วพลิกตะแคงเปลี่ยนท่าก็จะทำให้มีอาการปวดหลังได้อย่างมาก

สาเหตุของกระดูกสันหลังยุบ

สาเหตุหลักของภาวะกระดูกสันหลังยุบ โดยส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการล้ม หรือแรงกระแทกบริเวณหลัง ของผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน 

ซึ่งผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนนั้นจะมี ความหนาแน่นมวลกระดูก หรือ Bone Mineral Density (BMD) ลดลง ทำให้รับแรงกระแทกได้น้อยกว่าปกติ ทั้งนี้ เกณฑ์ในการบ่งชี้ว่าเราเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่นั้น สามารถวัดได้จากค่า BMD โดยถ้า BMD น้อยกว่า –2.5 ก็จะถือว่าเป็นโรคกระดูกพรุน

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดกระดูกสันหลังยุบ

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดกระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน ได้แก่ ปัจจัยที่ทำให้ความหนาแน่นมวลกระดูกต่ำลง ได้แก่

  • อายุที่มากขึ้น: จะทำให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกต่ำลง
  • เพศหญิง: มีความเสี่ยงมากกว่าเนื่องจากการสูญเสียมวลกระดูกหลังหมดประจำเดือน
  • ดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำ: ผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยมักมีความหนาแน่นของมวลกระดูกต่ำกว่า
  • ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (เช่น prednisterone): ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน รวมถึงยารักษามะเร็งบางชนิด และยากันชัก มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูญเสียมวลกระดูก
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า และการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ซึ่งรบกวนการดูดซึมแคลเซียม
  • ภาวะเจ็บป่วย: เช่น ไตวาย หรือเป็นโรคที่ต้องผ่าตัดรังไข่ออกจนส่งผลทำให้ขาดฮอร์โมนและทำให้ความหนาแน่นมวลกระดูกลดลง 

กระดูกสันหลังยุบ วินิจฉัยอย่างไร

เมื่อผู้สูงอายุประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยแล้วมีอาการปวดหลังรุนแรง เข้ามาปรึกษาแพทย์ จะได้รับการตรวจว่ามีภาวะกระดูกสันหลังยุบหรือไม่ด้วยแนวทางในการวินิจฉัยดังต่อไปนี้

  • เอกซเรย์กระดูกสันหลัง บริเวณที่สงสัยว่ามีการหักยุบ เพื่อยืนยันว่ากระดูกสันหลังยุบจริงหรือไม่
  • ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI สำหรับผู้ป่วยที่กระดูกสันหลังยุบแล้วปวดเรื้อรังมาหลายสัปดาห์ไม่หาย โดยการทำ MRI จะช่วยให้เราทราบได้ว่ากระดูกสันหลังที่ยุบนั้นเชื่อมติดกันแล้วหรือยัง รวมถึงยังทำให้ทราบด้วยว่าที่กระดูกสันหลังยุบนั้นมาจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่โรคกระดูกพรุนหรือไม่ เช่น คนไข้อาจมีภาวะเนื้องอกที่บริเวณกระดูกสันหลัง ซึ่งก็อาจทำให้เกิดกระดูกสันหลังยุบตัวได้เช่นกัน
  • ตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกสันหลัง Bone Mineral Density (BMD) เพื่อยืนยันว่าคนไข้เป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นโรคกระดูกพรุน ก็มีความเสี่ยงที่อาการปวดหลังจะเป็นผลมาจากภาวะกระดูกสันหลังยุบ

กระดูกสันหลังยุบรักษาอย่างไร

สามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 วิธีหลักๆ ด้วยกัน ดังต่อไปนี้

1. การรักษากระดูกสันหลังยุบด้วยการไม่ผ่าตัด (conservative treatment)

ในช่วงแรกหลังจากที่ผู้ป่วยเพิ่งล้มหรือประสบอุบัติเหตุมาแล้วกระดูกสันหลังยุบ มีอาการปวดหลังรบกวนการใช้ชีวิต แพทย์จะพิจารณารักษาเบื้องต้นก่อนด้วยการให้ยาลดปวด แคลเซียม และยารักษาโรคกระดูกพรุน ร่วมกับการใส่เสื้อเกราะพยุงหลัง เพื่อดามตัวกระดูกสันหลังจากภายนอก รวมไปถึงยังต้องมีการปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงการก้ม การยกของหนัก หรือการทำกิจกรรมที่ทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุซ้ำอีกด้วย

ทั้งนี้ กระดูกสันหลังที่ยุบหักสามารถเชื่อมต่อติดกันเหมือนเดิมได้เอง โดยจะใช้เวลาในการรักษาเฉลี่ยอยู่ที่ 4-6 สัปดาห์

2. การรักษากระดูกสันหลังยุบด้วยการฉีดซีเมนต์

หากผู้ป่วยยังมีอาการปวดเรื้อรังไม่หาย และเมื่อตรวจ MRI พบว่ากระดูกสันหลังที่ยุบหักไม่เชื่อมต่อติดกัน (non-union) แพทย์จะพิจารณารักษาด้วยการฉีดซีเมนต์เข้าไปในกระดูกสันหลังเพื่อให้เกิดการยึดติดกัน การฉีดซีเมนต์นั้น แบ่งได้ออกเป็น 2 วิธี ตามอาการความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละราย ดังต่อไปนี้

1.การฉีดซีเมนต์รักษากระดูกสันหลังยุบด้วยวิธี Vertebroplasty

แพทย์จะใช้เข็มเจาะเข้าไปที่กระดูกสันหลังโดยตรง แล้วฉีดซีเมนต์เข้าไปบริเวณข้อกระดูกสันหลังที่ยุบหัก

2.การฉีดซีเมนต์รักษากระดูกสันหลังยุบด้วยวิธี Balloon Kyphoplasty

กรณีที่ผู้ป่วยกระดูกสันหลังยุบหักทรุดตัวมากๆ โดยแพทย์จะใช้อุปกรณ์พิเศษเจาะเข้าไปบริเวณกระดูกสันหลังที่ยุบ จากนั้นจะทำการสอดบอลลูนเข้าไปเพื่อถ่างขยายให้กระดูกสันหลังที่ยุบถูกดันกลับสูงขึ้น ทำให้การยุบตัวลดลง แล้วจึงค่อยฉีดซีเมนต์เข้าไปเพื่อทำให้กระดูกสันหลังยึดติดแข็งตัวกลับสู่สภาพปกติ

การดูแลตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดกระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน

การปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงการล้ม กระแทก ในผู้สูงอายุ

  • ดูแลสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้ดี ปลอดภัย ไม่ให้มีความเสี่ยงที่จะทำให้ลื่นล้ม หรือเกิดอุบัติเหตุ เช่น เลือกกระเบื้องปูพื้นที่ช่วยกันลื่น แสงสว่างภายในที่อยู่อาศัยต้องเพียงพอ จัดวางสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ 
  • ตรวจสอบสภาพร่างกาย ถึงความเสี่ยงที่จะล้ม เช่น สายตามีปัญหาหรือไม่ การทรงตัวปกติหรือไม่ มีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือไม่
  • หลีกเลี่ยงการก้ม การบิดตัว หรือการยกของหนัก ให้ใช้วิธีงอสะโพกและเข่าแทน โดยรักษาแนวสันหลังให้ตรงอยู่เสมอ

การปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะกระดูกพรุน

  • รับประทานแคลเซียม และวิตามินดีเสริม
  • ออกกำลังกายที่มีการลงน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ (เช่น เดิน เต้นรำ เดินป่า) และการออกกำลังกายแบบแรงต้าน รวมถึงบริหารกล้ามเนื้อหลัง (Back-extensor) เพื่อปรับบุคลิกภาพและลดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหัก
  • เลิกสูบบุหรี่ และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
  • ควรเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของกระดูก (DEXA scan) หากมีอายุมากกว่า 65 ปี หรือมีความเสี่ยงสูง เพื่อตรวจหาภาวะกระดูกบางหรือพรุน

รักษากระดูกสันหลังยุบที่ kdms Hospital ดีอย่างไร

  • มีการรักษาครบทุกรูปแบบ ทั้งการรักษาโดย การใช้ยา การใช้อุปกรณ์ช่วยดามกระดูกสันหลังภายนอก การฉีดซีเมนต์กระดูกสันหลังยุบ และในกรณีที่ต้องผ่าตัดเนื่องจากกระดูกสันหลังยุบทับเส้นประสาท ก็มีแพทย์เฉพาะทางสามารถดูแลผ่าตัดรักษาให้ได้
  • มีการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่อง MRI เพื่อให้ทราบแน่ชัดว่ากระดูกสันหลังยุบเชื่อมต่อดีแล้วหรือไม่ หรือเป็นภาวะกระดูกสันหลังยุบจากปัจจัยอื่นๆ เพื่อวางแผนในการรักษาได้อย่างเหมาะสม
  • มีทีมกายภาพฟื้นฟู ดูแลผู้ป่วยกระดูกสันหลังยุบให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ ดูแลทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการรักษา 

สรุป

กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน เกิดจากการล้ม กระแทกบริเวณกระดูกสันหลังของผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน ป้องกันได้โดยการลดความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุน โดยเฉพาะผู้สูงวัย การเข้ารับการตรวจเช็กความหนาแน่นของมวลกระดูกเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถรู้เท่าทันโรคและวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในกรณีของผู้สูงวัยที่ไม่ทราบว่าเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ แต่มีอาการปวดหลังเรื้อรังไม่หาย ลุก เดิน นั่ง ทำกิจกรรมเปลี่ยนอิริยาบถแล้วปวดหลังต่อเนื่อง อาจเกิดจากภาวะนี้ได้ ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระดูกสันหลังยุบ

คำแนะนำสำหรับผู้สูงอายุทั่วไปนั้น สำหรับผู้หญิง แพทย์แนะนำให้ตรวจที่อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และสำหรับผู้ชาย แพทย์จะแนะนำให้ตรวจที่อายุ 70 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ ผู้หญิงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้มากกว่า เนื่องจากหลังหมดประจำเดือน ฮอร์โมนของผู้หญิงจะลดต่ำลงมาก ซึ่งส่งผลทำให้มวลกระดูกลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงจึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกเร็วกว่าผู้ชาย รวมถึงยังจำเป็นต้องสะสมแคลเซียมในช่วงก่อนหมดประจำเดือนเอาไว้ให้เพียงพอ พร้อมกับออกกำลังกายให้กระดูกเกิดการใช้งานเพื่อสะสมมวลกระดูกไว้

หากเป็นช่วงที่อายุยังไม่ได้สูงมาก ควรรับประทานแคลเซียมให้ได้ปริมาณ 800 มิลลิกรัมต่อวัน แต่หากอายุมากขึ้นแล้วควรรับประทานแคลเซียมให้ได้ถึง 1000 มิลลิกรัมต่อวัน ทั้งนี้ สำหรับแคลเซียมที่รับประทาน จะอยู่ในรูปแบบใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อย่างเช่น นม ถั่ว ปลา หรือจะเป็นอาหารเสริม วิตามินเสริมก็ได้เช่นกัน

บทความโดย : นพ.จิรชัย พิสุทธิ์เบญญา ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง

ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์

พุธ, 27 ส.ค. 2025
แท็ก
มวลกระดูก
โรคกระดูกพรุน
กระดูกสันหลังยุบ รักษา
กระดูกสันหลังยุบ อาการ
ปวดหลัง
กระดูกพรุน
แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจและโปรโมชั่นที่เกี่ยวข้อง
  อาการปวดที่รบกวนชีวิตประจำวัน อาจจะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพกระดูกและข้อที่ต้องได้รับการดูแล อย่าปล่อยให้อาการเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่...
package 1800 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2026
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทด้วยเทคนิคการกล้อง Endoscope แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว โดยทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง...
package 346,500 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2026
การผ่าตัดเชื่อมกระดูกสันหลังส่วนเอวแบบแผลเล็ก ด้วยเทคนิคการส่องกล้อง Microscope เพื่อรักษาอาการหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท โดยทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง...
package 416,000 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2026
บทความอื่นๆ
ผ่าตัดหมอนรองกระดูก ทับเส้นประสาท
ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทางเลือกคืนคุณภาพชีวิต ลดปวด ฟื้นตัวไว
ผ่าตัดกระดูกสันหลัง เพื่อคืนชีวิตใหม่ให้คนปวดหลัง
ผ่าตัดกระดูกสันหลัง เพื่อคืนชีวิตใหม่ให้คนปวดหลัง
ปวดหลังแบบไหนอันตราย เช็ก 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรรีบรักษา
ปวดหลังแบบไหนอันตราย เช็ก 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรรีบรักษา
ฉีดซีเมนต์กระดูกสันหลัง วิธีรักษากระดูกสันหลังหัก
top line line