กระดูกสันหลังยุบ จากโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ

Key Takeaway
  • กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ คือ ภาวะที่กระดูกสันหลังเกิดการแตกหักยุบตัว อันเนื่องมาจากโรคกระดูกพรุน ซึ่งกระดูกของผู้สูงอายุที่เป็นโรคกระดูกพรุนนั้น จะไม่แข็งแรงเหมือนกับกระดูกของผู้สูงอายุปกติทั่วไป เพียงแค่การล้ม ก็สามารถทำให้กระดูกสันหลังยุบ หรือแตกหักได้
  • สาเหตุของกระดูกสันหลังยุบ คือ ภาวะกระดูกพรุนที่เกิดขึ้นตามวัย และภาวะกระดูกพรุนที่เกิดจากปัจจัยอื่นๆ ที่นอกเหนือจากอายุ เช่น มีโรคบางชนิดที่ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุนก่อนวัยอันควร เช่น ไตวาย เป็นต้น
  • อาการของโรคกระดูกสันหลังยุบ มักจะเจ็บปวดบริเวณที่กระดูกสันหลังยุบ ซึ่งตำแหน่งที่พบบ่อยคือบริเวณอกต่อเอว และมักจะมีอาการปวดหลังตลอดเวลา 
  • การวินิจฉัยกระดูกสันหลังยุบ ทำได้โดยเอกซเรย์กระดูกสันหลัง บริเวณที่สงสัยว่ามีการหักยุบ แต่สำหรับผู้ป่วยที่กระดูกสันหลังยุบแล้วปวดเรื้อรังมาหลายสัปดาห์ไม่หาย จะใช้การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI จะช่วยให้ทราบว่ากระดูกสันหลังที่ยุบนั้นเชื่อมติดกันแล้วหรือยัง และใช้การตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกสันหลัง เพื่อยืนยันว่าคนไข้เป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นโรคกระดูกพรุน ก็มีความเสี่ยงที่อาการปวดหลังจะเป็นผลมาจากภาวะกระดูกสันหลังยุบ
  • การรักษากระดูกสันหลังยุบ จากโรคกระดูกพรุน แบ่งเป็น 3 วิธีหลักๆ คือ รักษาด้วยการไม่ผ่าตัด แพทย์อาจให้ยาลดปวด แคลเซียม และยารักษาโรคกระดูกพรุน ร่วมไปกับการให้ใส่เสื้อเกราะพยุงหลัง เพื่อดามตัวกระดูกสันหลังจากภายนอก ทั้งนี้หากกระดูกสันหลังยุบ และได้การรักษาเบื้องต้นแล้ว แต่ผู้ป่วยยังมีอาการปวดเรื้อรังไม่หาย แพทย์จะใช้การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI เพื่อตรวจสอบดูว่ากระดูกเชื่อมต่อติดหรือไม่ หากตรวจแล้วพบว่ากระดูกสันหลังที่ยุบหักไม่ติด แพทย์จะพิจารณารักษาด้วยการฉีดซีเมนต์เข้าไปในกระดูกสันหลังที่ยังต่อไม่ติดเพื่อให้เกิดการยึดติดจะทำให้อาการปวดลดน้อยลง และอีกหนึ่งวิธีการรักษาก็คือ การรักษากระดูกสันหลังยุบด้วยการผ่าตัด ส่วนมากจะทำในผู้ป่วยกระดูกสันหลังยุบแล้วมีการกดเบียดทับเส้นประสาท จึงจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อใส่โลหะดามกระดูกสันหลัง และไปแก้ไขเส้นประสาทที่ถูกกดทับด้วย 
  • รักษากระดูกสันหลังยุบที่ kdms Hospital ผู้ป่วยจะได้พบแพทย์ชำนาญการด้านกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ที่สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยสูงวัยที่มีภาวะกระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุนได้อย่างครอบคลุมรอบด้าน มีทีมกายภาพฟื้นฟู ดูแลผู้ป่วยกระดูกสันหลังยุบให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติและมีความสุข ดูแลทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการรักษา อยู่เคียงข้างผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด

กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ คือ ภาวะที่กระดูกสันหลังเกิดการแตกหักยุบตัว อันเนื่องมาจากโรคกระดูกพรุน ซึ่งกระดูกของผู้สูงอายุที่เป็นโรคกระดูกพรุนนั้น จะไม่แข็งแรงเหมือนกับกระดูกของผู้สูงอายุปกติทั่วไป ส่งผลทำให้เพียงแค่การล้ม หรือการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ก่อให้เกิดแรงกระแทกปกติบริเวณหลัง ก็สามารถทำให้กระดูกสันหลังยุบ หรือแตกหักได้

Table of Contents

สาเหตุของกระดูกสันหลังยุบ

สาเหตุหลักของภาวะกระดูกสันหลังยุบ โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นผลมาจากโรคกระดูกพรุน ซึ่งสาเหตุของโรคกระดูกพรุนนั้น สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทหลักด้วยกัน ได้แก่

  • โรคกระดูกพรุนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  คือ ภาวะกระดูกพรุนที่เกิดขึ้นตามวัย มักพบได้ในกลุ่มผู้สูงอายุทั้งชายและหญิง
  • โรคกระดูกพรุนซึ่งเป็นผลจากภาวะเจ็บป่วยหรือการใช้ยา คือ ภาวะกระดูกพรุนที่เกิดจากปัจจัยอื่นๆ ที่นอกเหนือจากอายุ เช่น มีโรคบางชนิดที่ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุนได้ก่อนวัยอันควร อาทิ ไตวาย เป็นโรคที่ต้องรับประทานยาสเตียรอยด์เป็นประจำ หรือเป็นโรคที่ต้องผ่าตัดรังไข่ออกจนส่งผลทำให้ขาดฮอร์โมนและเป็นโรคกระดูกพรุนได้ เป็นต้น

โดยทั่วไปแล้วกระดูกสันหลังของคนเราจะคงรูปอยู่ได้ก็ด้วยตัวกระดูกสันหลังต้องมีความแข็งแรงและมีความหนาแน่นของมวลกระดูกสันหลัง หรือ Bone Mineral Density (BMD) อยู่ในระดับปกติ แต่เมื่อไรก็ตามที่เป็นโรคกระดูกพรุน ความหนาแน่นของมวลกระดูกสันหลังก็จะลดลง ทำให้รับแรงกระแทกได้น้อยกว่าปกติ จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระดูกสันหลังยุบแตกหักได้สูง

ทั้งนี้ เกณฑ์ในการบ่งชี้ว่าเราเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่นั้น สามารถวัดได้จากค่าความหนาแน่นของมวลกระดูกสันหลัง ซึ่งหากค่า BMD น้อยกว่า -2.5 ก็จะถือว่าเป็นโรคกระดูกพรุน และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระดูกสันหลังยุบได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะตรวจวัดค่าความหนาแน่นของมวลกระดูกสันหลังแล้วปกติ แต่หากเกิดอุบัติเหตุล้มแล้วกระดูกสันหลังยุบหัก ก็หมายความว่าความแข็งแรงของกระดูกอาจไม่ดี ซึ่งก็ถือว่าเป็นโรคกระดูกพรุนชนิดหนึ่งเช่นกัน

กระดูกสันหลังยุบ อาการเป็นอย่างไร

โรคกระดูกพรุน ถือเป็นโรคเงียบที่ไม่แสดงอาการ ถ้าไม่ได้เกิดอุบัติเหตุล้มจนกระดูกหักยุบ จึงไม่สามารถทราบได้เลยว่าเป็นโรคกระดูกพรุน หากไม่เข้ารับการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก แต่ในกรณีที่เป็นโรคกระดูกพรุนแล้วเกิดประสบอุบัติเหตุหกล้ม หรือไปทำกิจกรรมที่เสี่ยงทำให้กระดูกสันหลังยุบ เช่น ก้มหลังยกของหนัก ทิ้งตัวลงนั่งแล้วกระแทกแรงเกินไป จะสามารถสังเกตอาการกระดูกสันหลังยุบ ได้ดังนี้

เจ็บปวดบริเวณที่กระดูกสันหลังยุบ 

ตำแหน่งที่พบบ่อยคือบริเวณ “อกต่อเอว” หรือที่เรียกว่า “Thoracolumbar Junction” โดยจะรู้สึกปวดช่วงบริเวณกลางหลัง หรือค่อนลงมาบริเวณหลังด้านล่าง ดังนั้น สำหรับผู้สูงอายุที่เกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย แล้วมีอาการปวดขึ้นเฉียบพลันขึ้นมาทันที ก็อาจสงสัยได้ว่ามีภาวะกระดูกสันหลังยุบ

อาการปวดหลังตลอดเวลา 

หากเป็นคนปกติที่ไม่ได้มีอาการกระดูกสันหลังยุบ ไม่ว่าจะนั่ง เดิน ยืน นอน หรือเปลี่ยนท่าทาง โดยปกติแล้วจะไม่ปวด แต่หากเป็นคนที่มีภาวะกระดูกสันหลังยุบ ทุกการขยับตัวจะทำให้รู้สึกปวดหลังได้ หรือแม้แค่นอนแล้วพลิกตะแคงเปลี่ยนท่าก็จะทำให้มีอาการปวดหลังได้อย่างมาก

กระดูกสันหลังยุบ วินิจฉัยอย่างไร

เมื่อผู้สูงอายุประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยแล้วมีอาการปวดหลังรุนแรง เข้ามาปรึกษาแพทย์ จะได้รับการตรวจว่ามีภาวะกระดูกสันหลังยุบหรือไม่ด้วยแนวทางในการวินิจฉัยดังต่อไปนี้

  • เอกซเรย์กระดูกสันหลัง บริเวณที่สงสัยว่ามีการหักยุบ เพื่อยืนยันว่ากระดูกสันหลังยุบจริงหรือไม่
  • ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI สำหรับผู้ป่วยที่กระดูกสันหลังยุบแล้วปวดเรื้อรังมาหลายสัปดาห์ไม่หาย โดยการทำ MRI จะช่วยให้เราทราบได้ว่ากระดูกสันหลังที่ยุบนั้นเชื่อมติดกันแล้วหรือยัง รวมถึงยังทำให้ทราบด้วยว่าที่กระดูกสันหลังยุบนั้นมาจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่โรคกระดูกพรุนหรือไม่ เช่น คนไข้อาจมีภาวะเนื้องอกที่บริเวณกระดูกสันหลัง ซึ่งก็อาจทำให้เกิดกระดูกสันหลังยุบตัวได้เช่นกัน
  • ตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกสันหลัง Bone Mineral Density (BMD) เพื่อยืนยันว่าคนไข้เป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นโรคกระดูกพรุน ก็มีความเสี่ยงที่อาการปวดหลังจะเป็นผลมาจากภาวะกระดูกสันหลังยุบ ซึ่งการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก หรือ Bone Mineral Density (BMD) เป็นการตรวจหาว่าผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ซึ่งถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงของการเกิดภาวะกระดูกสันหลังยุบได้ เพราะหากทราบว่าเป็นโรคกระดูกพรุน ก็จะได้ทำการรักษาให้หายเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกสันหลังยุบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ขั้นตอนในการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก จะใช้เวลาไม่นาน เพียงแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น ทำได้ด้วยการเอกซเรย์ผ่านเครื่อง DXA Scan ฉายรังสีไปยังบริเวณที่ต้องการตรวจ ซึ่งตำแหน่งที่นิยมใช้ตรวจเพื่อบ่งชี้ว่าเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ มีอยู่ 2 ตำแหน่งด้วยกัน คือ บริเวณกระดูกสันหลังและกระดูกข้อสะโพก โดยหากตรวจพบว่าค่า BMD น้อยกว่า -2.5 ก็จะวินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคกระดูกพรุน และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระดูกสันหลังยุบได้ 

กระดูกสันหลังยุบรักษาอย่างไร

เมื่อผู้สูงอายุประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยแล้วมีอาการปวดหลังรุนแรง เข้ามาปรึกษาแพทย์ จะได้รับการตรวจว่ามีภาวะกระดูกสันหลังยุบหรือไม่ด้วยแนวทางในการวินิจฉัยดังต่อไปนี้

  • เอกซเรย์กระดูกสันหลัง บริเวณที่สงสัยว่ามีการหักยุบ เพื่อยืนยันว่ากระดูกสันหลังยุบจริงหรือไม่
  • ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI สำหรับผู้ป่วยที่กระดูกสันหลังยุบแล้วปวดเรื้อรังมาหลายสัปดาห์ไม่หาย โดยการทำ MRI จะช่วยให้เราทราบได้ว่ากระดูกสันหลังที่ยุบนั้นเชื่อมติดกันแล้วหรือยัง รวมถึงยังทำให้ทราบด้วยว่าที่กระดูกสันหลังยุบนั้นมาจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่โรคกระดูกพรุนหรือไม่ เช่น คนไข้อาจมีภาวะเนื้องอกที่บริเวณกระดูกสันหลัง ซึ่งก็อาจทำให้เกิดกระดูกสันหลังยุบตัวได้เช่นกัน
  • ตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกสันหลัง Bone Mineral Density (BMD) เพื่อยืนยันว่าคนไข้เป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นโรคกระดูกพรุน ก็มีความเสี่ยงที่อาการปวดหลังจะเป็นผลมาจากภาวะกระดูกสันหลังยุบ

แนวทางในการรักษาภาวะกระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ สามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 วิธีหลักๆ ด้วยกัน โดยขึ้นอยู่กับอาการและดุลยพินิจของแพทย์ ดังต่อไปนี้

1. การรักษากระดูกสันหลังยุบด้วยการไม่ผ่าตัด

ในช่วงแรกหลังจากที่ผู้ป่วยเพิ่งล้มหรือประสบอุบัติเหตุมาแล้วกระดูกสันหลังยุบ มีอาการปวดหลังรบกวนการใช้ชีวิต แพทย์จะพิจารณารักษาเบื้องต้นก่อนด้วยการให้ยาลดปวด แคลเซียม และยารักษาโรคกระดูกพรุน ร่วมไปกับการให้ใส่เสื้อเกราะพยุงหลัง เพื่อดามตัวกระดูกสันหลังจากภายนอก รวมไปถึงยังต้องมีการปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงการก้ม การยกของหนัก หรือการทำกิจกรรมที่ทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุซ้ำอีกด้วย

 ทั้งนี้ โดยธรรมชาติแล้ว กระดูกสันหลังที่ยุบหักสามารถเชื่อมต่อติดกันเหมือนเดิมได้เอง โดยจะใช้เวลาในการรักษาตัวเองตามธรรมชาติเฉลี่ยอยู่ที่ 4-6 สัปดาห์ แต่ก็เป็นไปได้เช่นกันที่จะไม่สามารถเชื่อมต่อติดเองกลับมาเป็นปกติได้ ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาตัว ความแข็งแรง และความหนาแน่นของมวลกระดูกในผู้ป่วยแต่ละราย

2. การรักษากระดูกสันหลังยุบด้วยการฉีดซีเมนต์

ในกรณีที่กระดูกสันหลังยุบและได้การรักษาเบื้องต้นแล้ว แต่ผู้ป่วยยังมีอาการปวดเรื้อรังไม่หาย แพทย์จะใช้การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI เพื่อตรวจสอบดูว่ากระดูกเชื่อมต่อติดหรือไม่ หากตรวจแล้วพบว่ากระดูกสันหลังที่ยุบหักไม่ติด (non-union) แพทย์จะพิจารณารักษาด้วยการฉีดซีเมนต์เข้าไปในกระดูกสันหลังที่ยังต่อไม่ติดเพื่อให้เกิดการยึดติดอันจะทำให้อาการปวดลดน้อยลง โดยการรักษากระดูกสันหลังยุบ ด้วยการฉีดซีเมนต์นั้น แบ่งได้ออกเป็น 2 วิธี ตามอาการความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละราย ดังต่อไปนี้

1.การฉีดซีเมนต์รักษากระดูกสันหลังยุบด้วยวิธี Vertebroplasty

แพทย์จะใช้เข็มเจาะเข้าไปที่กระดูกสันหลังโดยตรง แล้วฉีดซีเมนต์เข้าไปบริเวณข้อกระดูกสันหลังที่ยุบหัก

2.การฉีดซีเมนต์รักษากระดูกสันหลังยุบด้วยวิธี Balloon Kyphoplasty

จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยกระดูกสันหลังยุบหักทรุดตัวมากๆ โดยแพทย์จะใช้อุปกรณ์พิเศษเจาะเข้าไปบริเวณกระดูกสันหลังที่ยุบ จากนั้นจะทำการสอดบอลลูนเข้าไปเพื่อถ่างขยายให้กระดูกสันหลังที่ยุบถูกดันกลับสูงขึ้น ทำให้การยุบตัวลดลง แล้วจึงค่อยฉีดซีเมนต์เข้าไปเพื่อทำให้กระดูกสันหลังยึดติดแข็งตัวกลับสู่สภาพปกติ

การเตรียมตัวก่อนการรักษากระดูกสันหลังยุบด้วยการฉีดซีเมนต์

คล้ายกับการผ่าตัดทั่วไป คือผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจสุขภาพร่างกายก่อนว่าพร้อมสำหรับการรักษาหรือไม่

ขั้นตอนการรักษากระดูกสันหลังยุบด้วยการฉีดซีเมนต์

1.แพทย์จะเริ่มต้นจากการให้ยาสลบเพื่อให้ผู้ป่วยไม่เจ็บปวดในขณะทำการรักษา

2.ใช้เครื่องเอกซเรย์ในห้องผ่าตัดเป็นตัวช่วยในการกำหนดตำแหน่งที่จะทำการฉีดซีเมนต์เข้าไป 

3.แพทย์จะใช้เข็มพิเศษเฉพาะสำหรับการฉีดซีเมนต์เจาะเข้าไปยังบริเวณกระดูกสันหลังที่ยุบ ซึ่งการเจาะรูจะมีขนาดเล็กเพียงประมาณ 2-3 มิลลิเมตรเท่านั้น

4.หลังจากยืนยันตำแหน่งได้ถูกต้องแล้ว แพทย์ก็จะดำเนินการฉีดซีเมนต์เข้าไปยังกระดูกสันหลังที่มีปัญหา

5.โดยรวมแล้วจะใช้เวลาในการรักษาทั้งหมดประมาณ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่รวมการแข็งตัวของซีเมนต์แล้วด้วย

การดูแลตัวเองหลังการรักษากระดูกสันหลังยุบด้วยการฉีดซีเมนต์

โดยทั่วไปแล้วหลังจากการฉีดซีเมนต์เสร็จสิ้นแล้ว อาการปวดบริเวณหลังของผู้ป่วยก็จะลดลงทันที และเมื่อฟื้นจากยาสลบก็สามารถลุก นั่ง เดิน และยืนได้ 

ในช่วงแรกหลังการรักษา แพทย์จะยังคงต้องให้ใส่เสื้อเกราะพยุงหลังเอาไว้ ร่วมกับให้ยารักษาโรคกระดูกพรุนไปด้วย เพราะเมื่อรักษาโรคกระดูกพรุนหาย กระดูกก็จะกลับมาแข็งแรงมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังต้องให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการหักยุบซ้ำ โดยยังจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุที่เสียงทำให้กลับมากระดูกสันหลังยุบซ้ำได้ เช่น หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ก้มหลังมากๆ  การพลัดตกหกล้มซ้ำ เป็นต้น 

การรักษากระดูกสันหลังยุบด้วยการผ่าตัด

การรักษากระดูกสันหลังยุบด้วยการผ่าตัดนั้นพบได้ไม่บ่อยมากนัก โดยจะทำในเฉพาะผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้เท่านั้น เช่น กรณีกระดูกสันหลังยุบแล้วมีการกดเบียดทับเส้นประสาท จึงจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อใส่โลหะดามกระดูกสันหลั และไปแก้ไขเส้นประสาทที่ถูกกดทับด้วย 

 ทั้งนี้ ขั้นตอนในการรักษากระดูกสันหลังยุบด้วยการผ่าตัดนั้น จะเริ่มต้นจากการตรวจเช็กสภาพร่างกายผู้ป่วยก่อนว่าพร้อมสำหรับการผ่าตัดหรือไม่ หากผู้ป่วยพร้อมสำหรับการผ่าตัดแล้ว แพทย์จะให้ยาสลบเช่นเดียวกันกับการรักษาด้วยการฉีดซีเมนต์ จากนั้นจะดำเนินการผ่าตัดเปิดแผลนำเหล็กยึดเข้าไปดามที่บริเวณกระดูกสันหลัง หรือในขั้นตอนนี้แพทย์อาจเลือกใช้วิธีการเจาะรูแล้วใส่เหล็กยึดเข้าไปบริเวณด้านหลังก็ได้เช่นกัน

หลังผ่าตัดจะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการ และเมื่อปวดแผลน้อยลงแล้วจึงสามารถลุกเดินได้ตามปกติ และจะกลับบ้านได้ก็ต่อเมื่อแพทย์พิจารณาแล้วว่าปลอดภัยไม่มีความเสี่ยง 

รักษากระดูกสันหลังยุบที่ kdms Hospital ดีอย่างไร

kdms Hospital เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคกระดูกและข้อ ดูแลรักษาผู้ป่วยสูงวัยที่มีภาวะกระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุนได้อย่างครอบคลุมรอบด้าน มีความพร้อมและความโดดเด่นในการรักษาเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย ดังต่อไปนี้ 

  • ดูแลตรวจค่าความหนาแน่นของมวลกระดูก เพื่อหาความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนโดยแพทย์เฉพาะทางเรื่องโรคกระดูกพรุนโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงภาวะกระดูกสันหลังยุบที่ดีที่สุด
  • มีการรักษาภาวะกระดูกสันหลังยุบครบทุกรูปแบบ ทั้งการรักษาโดยไม่ผ่าตัด การใช้ยา การใช้อุปกรณ์ช่วยดามกระดูกสันหลังภายนอก การฉีดซีเมนต์กระดูกสันหลังยุบ และในกรณีที่ต้องผ่าตัดเนื่องจากกระดูกสันหลังยุบทับเส้นประสาท ก็มีแพทย์เฉพาะทางสามารถดูแลผ่าตัดรักษาให้ได้
  • มีการตรวจวินิจฉัยกระดูกสันหลังยุบด้วยเครื่อง MRI เพื่อให้ทราบแน่ชัดว่ากระดูกสันหลังยุบเชื่อมต่อดีแล้วหรือไม่ หรือเป็นภาวะกระดูกสันหลังยุบจากปัจจัยอื่นๆ หรือไม่ เพื่อวางแผนในการรักษาได้อย่างแม่นยำเหมาะสม
  • มีทีมกายภาพฟื้นฟู ดูแลผู้ป่วยกระดูกสันหลังยุบให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติและมีความสุข ดูแลทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการรักษา อยู่เคียงข้างผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด

สรุป

โรคกระดูกพรุนเป็นโรคเงียบที่หากไม่เข้ารับการตรวจคัดกรองก็จะไม่ทราบเลยว่าเป็นหรือไม่ เพราะไม่มีอาการปวดเป็นสัญญาณแจ้งเตือน ดังนั้น หากเราต้องการลดความเสี่ยงภาวะ “กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน” ในผู้สูงวัยให้ได้มากที่สุด การเข้ารับการตรวจเช็กความหนาแน่นของมวลกระดูกจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้สามารถรู้เท่าทันโรคและวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นแล้ว ในกรณีของผู้สูงวัยที่ไม่ทราบว่าเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ แต่มีอาการปวดหลังเรื้อรังไม่หาย ลุก เดิน นั่ง ทำกิจกรรมเปลี่ยนอิริยาบถแล้วปวดหลังต่อเนื่อง ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงอันนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง

ดังนั้น เพื่อให้ตัวเราเอง ตลอดจนผู้สูงวัยที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่รักและเคารพของเรา กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีความสุขอีกครั้ง หากสังเกตพบอาการปวดหลังเรื้อรังผิดปกติ หรือพบอาการปวดหลังฉับพลันหลังประสบอุบัติเหตุเล็กน้อย ก็ไม่ควรชะล่าใจปล่อยทิ้งไว้ แต่ควรรีบมาปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระดูกสันหลังยุบ

วิธีการป้องกันกระดูกสันหลังยุบ ทำได้อย่างไรบ้าง
  1. ดูแลสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้ดี ให้ปลอดภัย ไม่ให้มีความเสี่ยงที่จะทำให้ลื่นล้ม หรือเกิดอุบัติเหตุอันนำไปสู่ไปสู่การทำให้กระดูกสันหลังยุบได้ เช่น ควรเลือกใช้กระเบื้องปูพื้นที่ช่วยกันลื่นได้ แสงสว่างภายในที่อยู่อาศัยต้องเพียงพอที่จะทำให้มองเห็นได้ชัด ควรจัดวางสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบไม่เกะกะขวางทาง เป็นต้น
  2. ตรวจสอบสภาพร่างกายของตัวเอง ให้มั่นใจว่าแข็งแรง และไม่มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุอันนำไปสู่ภาวะกระดูกสันหลังยุบได้ เช่น สายตามีปัญหาหรือไม่ มองเห็นได้ชัดเจนไหม การทรงตัวปกติหรือไม่ มีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือไม่ เป็นต้น เพราะหากร่างกายไม่แข็งแรง หรือมีปัญหาผิดปกติ ก็จะเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมากขึ้น
  3. รักษาโรคกระดูกพรุน ในคนสูงอายุควรเข้ามาตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก ซึ่งถ้าหากพบว่าเป็นโรคกระดูกพรุนแล้ว ก็ควรต้องรักษา เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดกระดูกสันหลังยุบ หรือสำหรับผู้ป่วยที่กระดูกสันหลังยุบแล้ว ก็ควรจำเป็นต้องรักษาโรคกระดูกพรุนอยู่ดี เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังยุบหักซ้ำ
  4. รักษามวลกล้ามเนื้อและกระดูกให้สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งทำได้ด้วยการออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดิน เต้นแอโรบิก รำไทเก็ก ฯลฯ โดยการออกกำลังกายจะช่วยทำให้มวลกระดูกและกล้ามเนื้อของเราแข็งแรง ซึ่งจะช่วยป้องกันกระดูกหักยุบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  5.  

การตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก คือวิธีการเดียวที่จะทำให้ทราบว่าเราเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ซึ่ง ถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนการป้องกันและลดความเสี่ยงภาวะกระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี ซึ่งคำแนะนำสำหรับผู้สูงอายุทั่วไปนั้น สำหรับผู้หญิง แพทย์แนะนำให้ตรวจที่อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และสำหรับผู้ชาย แพทย์จะแนะนำให้ตรวจที่อายุ 70 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ เหตุผลที่ผู้หญิงควรตรวจเร็วกว่าผู้ชาย เป็นเพราะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้มากกว่า เนื่องจากหลังหมดประจำเดือน ฮอร์โมนของผู้หญิงจะลดต่ำลงมาก ซึ่งส่งผลทำให้มวลกระดูกลดลงอย่างรวดเร็วด้วย โดยในช่วง 3 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน ถือเป็นช่วงเวลาที่มวลกระดูกจะลดลงมากที่สุด ดังนั้น ผู้หญิงจึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกเร็วกว่าผู้ชาย รวมถึงยังจำเป็นต้องสะสมแคลเซียมในช่วงก่อนหมดประจำเดือนเอาไว้ให้เพียงพอ พร้อมกับควรออกกำลังกายให้กระดูกเกิดการใช้งานเพื่อสะสมมวลกระดูกไว้ก่อนถูกดึงออกไปใช้ในช่วงวัยหมดประจำเดือนด้วย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนอันจะนำไปสู่ภาวะกระดูกสันหลังยุบได้ง่าย

 อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีโรคกระดูกพรุนก็อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงช่วงสูงวัย เช่น ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวาย ผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาสเตียรอยด์เป็นประจำ หรือผู้ป่วยที่ต้องตัดรังไข่ออกทำให้ขาดฮอร์โมน ฯลฯ ในกรณีดังกล่าวนี้จะมีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนได้ก่อนวัย ซึ่งจะทราบได้ก็ด้วยการเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก

หากเป็นช่วงที่อายุยังไม่ได้สูงมาก ควรรับประทานแคลเซียมให้ได้ปริมาณ 800 มิลลิกรัมต่อวัน แต่หากอายุมากขึ้นแล้วควรรับประทานแคลเซียมให้ได้ถึง 1000 มิลลิกรัมต่อวัน ทั้งนี้ สำหรับแคลเซียมที่รับประทาน จะอยู่ในรูปแบบใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อย่างเช่น นม ถั่ว ปลา หรือจะเป็นอาหารเสริม วิตามินเสริมก็ได้เช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตาม การที่มวลกระดูกจะสมบูรณ์แข็งแรงมากน้อยแค่ไหน นอกจากเรื่องการรับประทานแคลเซียมและวิตามินแล้ว การออกกำลังกายก็ถือว่ามีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าเราไม่หมั่นออกกำลังกายเลย มวลกระดูกกับกล้ามเนื้อก็จะลดน้อยลง ทำให้ไม่มีความแข็งแรงเท่าที่ควร ซึ่งสุดท้ายแล้วก็อาจทำให้เราป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนและเสี่ยงภาวะกระดูกสันหลังยุบในอนาคตได้

บทความโดย : นพ.จิรชัย พิสุทธิ์เบญญา ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง

ปรึกษาอาการก่อนนัดพบแพทย์

พุธ, 27 ส.ค. 2025
แท็ก
มวลกระดูก
โรคกระดูกพรุน
กระดูกสันหลังยุบ รักษา
กระดูกสันหลังยุบ อาการ
ปวดหลัง
กระดูกพรุน
แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจและโปรโมชั่นที่เกี่ยวข้อง
  อาการปวดที่รบกวนชีวิตประจำวัน อาจจะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพกระดูกและข้อที่ต้องได้รับการดูแล อย่าปล่อยให้อาการเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่  ...
package 1800 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2025
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทด้วยเทคนิคการกล้อง Endoscope แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว โดยทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง...
package 346,500 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2025
การผ่าตัดเชื่อมกระดูกสันหลังส่วนเอวแบบแผลเล็ก ด้วยเทคนิคการส่องกล้อง Microscope เพื่อรักษาอาการหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท โดยทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง...
package 416,000 บาท
package สิ้นสุด 31/12/2025
บทความอื่นๆ
ฉีดซีเมนต์กระดูกสันหลัง วิธีรักษากระดูกสันหลังหักจากโรคกระดูกพรุนที่ควรรู้
ฉีดซีเมนต์กระดูกสันหลัง วิธีรักษากระดูกสันหลังหักจากโรคกระดูกพรุน
อาการปวดสะบักร้าวลงแขน เกิดขึ้นได้อย่างไร ปล่อยไว้อันตรายหรือไม่
อาการปวดสะบักร้าวลงแขน เกิดขึ้นได้อย่างไร ปล่อยไว้อันตรายหรือไม่
โรคกล้ามเนื้อหลังอักเสบเฉียบพลัน
รวมอาการ และวิธีรักษา โรคกล้ามเนื้อหลังอักเสบเฉียบพลัน
สะบักจมคืออะไร รู้สาเหตุ รักษาสะบักจมให้ตรงจุด หยุดอาการปวดเรื้อรัง
สะบักจมคืออะไร รู้สาเหตุ รักษาสะบักจมให้ตรงจุด หยุดอาการปวดเรื้อรัง
top line line
The #1 medical tourism platform